ตะจมูก กวาจื่อมองมันด้วยดวงตาเป็นประกายอีกทั้งยังทำท่าราวกับน้าลายจะสอ แต่ถึงจะหิวมากขนาดไหนทุกคนก็ยังรอให้เย่ฮวาเริ่มเปิดเป็นคนแรก เขาหยิบตะเกียบขึ้นมาและพูดด้วยรอยยิ้ม “กินสิ ไม่ต้องเกรงใจคนกันเองทั้งนั้น”สิ้นสุดเสียงของเขาเจ้ากวาจื่อก็ใช้ตะเกียบคีบกุ้งมังกรเข้าปากและเคี้ยว “หงับๆ ” อยู่สองสามครั้งจากนั้นก็กลืนลงคอราวกับเทลงกระเพาะ เย่ฮวายังเป่าปากเพื่อระบายความร้อนออกจากตัวกุ้งอยู่เลย แต่หมอนั่นกลับกินเข้าไปทั้งตัวโดยไม่คิดแม้แต่จะปลอกเปลือกด้วยซ้าเยว่เอ๋อร์ยกมือลูบคาง “เย่ฮวา กวาจื่อเป็นแบบนี้ตลอดเลยเหรอ?”เย่ฮวายิ้ม “ไม่ขนาดนั้น ก็มีบ้างที่ไม่ได้เป็นแบบนี้…”“ให้ตายเถอะ…”หลังจากนั้นทุกคนก็นั่งกินและดื่มกันอย่างสนุกสนานเนื่องจากมู่จื่อหานเป็นคนกระเพาะเล็กและเธอกินข้าวได้ค่อนข้างน้อย เธอจึงเปลี่ยนมานั่งแกะเปลือกกุ้งให้เย่ฮวาแทน หลังจากนั้นก็ป้อนกุ้งเข้าปากเขาตัวแล้วตัวเล่า ช่างเป็นการเติมความหวานภายในใจได้อย่างเต็มเปี่ยมจริงๆเยว่เอ๋อร์ที่นั่งอยู่ข้างๆ กำลังแทะปลาอย่างเอร็ดอร่อยจนปากมันวาว ตอนนี้เธอกลายเป็นคู่แข่งของเจ้ากวาจื่อและกำลังแย่งกันกินปลาย่าง สองคนนี้กินเร็วจริงๆตอนที่ทุกคนกำลังเปิดศึกแข่งขันกินอาหารอย่างเพลิดเพลิน มู่จื่อหานก็หันมากระซิบข้างหูเขาด้วยใบหน้าแดงระเรื่อ “ฉันไปเข้าห้องน้าแป๊บหนึ่งนะ”เขาถาม “ให้ไปเป็นเพื่อนไหม?”“ไม่ต้องหรอก~”มู่จื่อหานยิ้ม “ฉันไม่ใช่เด็กๆ แล้ว