ัดกันไว้ว่าจะออกจากระบบมากินข้าวด้วยกันประมาณบ่าย 2-3 ทว่าจู่ๆ เขาก็ได้ยินเสียงเตือนจากหมวกเกมของเย่ฮวาว่าไม่สามารถตรวจจับชีพจรของผู้เล่นได้ กวาจื่อจึงรีบโทรหาเบอร์ฉุกเฉิน 120 และแจ้งข่าวกับมู่จื่อหานทันทีหลังจากโทรเรียกรถฉุกเฉินก็ใช้เวลารออีกราวๆ 15นาทีกว่ารถจะมารับ ตอนที่ขึ้นไปนั่งอยู่ด้านบนรถหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ก็พยายามปั๊มหัวใจให้เขาแล้วแต่กลับไม่สำเร็จ หลังจากมาถึงโรงพยาบาลเขาก็ถูกส่งตัวเข้าห้องฉุกเฉินทันที เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าเย่ฮวาที่นั่งคุยกับเขาแบบคนปกติทั่วไปจะหัวใจหยุดเต้นอย่างฉับพลันแบบนี้เย่ฮวาถูกส่งเข้าไปในห้องได้ไม่กี่นาที มู่จื่อหานและเยว่เอ๋อร์ก็มาถึง มู่จื่อหานจับแขนกวาจื่อและถามด้วยน้าเสียงร้อนรน “กวาจื่อมันไม่ใช่เรื่องจริงใช่ไหม! ไม่จริงใช่ไหม!!!”เยว่เอ๋อร์จับมู่จื่อหานไว้ “เสี่ยวหานใจเย็นๆ ก่อน เธอทำแบบนี้ไม่มีประโยชน์อะไรหรอก!”ญาติผู้ป่วยที่อยู่รอบๆ ต่างก็หันมามองเธอเป็นตาเดียวกัน กวาจื่อไม่ได้รู้สึกโกรธที่มู่จื่อหานตะคอกใส่เขาแบบนั้น ดวงตาทั้งคู่ของเขาแดงก่าจนเห็นเส้นเลือดฝอยอย่างชัดเจน ตอนที่เขากำลังจะพูดกับมู่จื่อหาน จู่ๆ หมอก็เดินออกมาจากห้องผู้ป่วยฉุกเฉิน เขากวาดตามองไปรอบๆ และถาม “ใครเป็นญาติของคุณเย่ฮวาครับ?”กวาจื่อรีบลุกขึ้นยืน “พวกผมเป็นเพื่อนเขาครับ”หมอกวาดตามองพวกเขาก่อนจะพูดด้วยน้าเสียงจนปัญญา “พวกเราพยายามอย่างสุดความสามารถแล้วหมอเสียใจด้วยครับ”“