บบนี้อย่างมากเขาก็ทำได้แค่ขู่ ไม่กล้าทำอะไรเราจริงๆ หรอก ถ้าเขาลงมือจริงๆ อย่างมากเราก็แค่แจ้งทางการ คนอื่นกลัวต้องยุ่งกับพวกทางการ ข้าไม่กลัวหรอกนะ” จางซิ่วเอ๋อเอ่ยเสียงเข้ม
ที่จริงนางก็ไม่แน่ใจว่าชายร่างกำยำคนนี้จะล้มร้านของพวกนางจริงหรือไม่
แต่นางจะเลิกค้าขายเพราะประโยคเดียวของชายร่างใหญ่ผู้นี้ไม่ได้
ในเมื่อตัดสินใจแล้วว่าจะขายหมูพะโล้ต่อไป นางก็จะตกประหม่าไม่ได้ หากนางขวัญเสียแล้ว จางชุนเถาจะยิ่งร้อนรนไปใหญ่
นางคือที่พึ่งทางใจของจางชุนเถา เพราะฉะนั้นเวลาแบบนี้นางต้องใจเย็น
จางชุนเถาเห็นจางซิ่วเอ๋อมีสีหน้าสงบนิ่ง จึงสบายใจขึ้นนิดหน่อย
“ชุนเถา เจ้าเช็ดน้ำพะโล้บนหน้าสักหน่อย” จางซิ่วเอ๋อยื่นผ้าเช็ดหน้าให้จางชุนเถา
หลังจากจางชุนเถารับมาและเช็ดจนสะอาดแล้ว สองพี่น้องก็เริ่มขายหมูพะโล้
ตกกลางคืนพอกลับถึงบ้าน จางชุนเถาก็เทเงินที่ได้จากการขายหมูพะโล้ออกมาจนหมดและเริ่มนับ
เห็นจางชุนเถาเป็นแบบนี้ จางซิ่วเอ๋อก็เผยรอยยิ้มออกมา
“พี่ เราหาเงินได้จริง ๆ และหาได้ไม่น้อยด้วย” จางชุนเถานับเงินแล้วพูดอย่างตื่นเต้นดีใจ
จางซิ่วเอ๋อพยักหน้า แค่เนื้อที่ขายให้อิ๋งเค่อจวีก็ได้เงินไม่น้อยแล้ว
“พี่ ถ้าเป็น