เลย แม้แต่ตัวนางเองยังแทบทนไม่ไหว
“เช่นนั้นเจ้าเล่าให้ข้าฟังหน่อยว่าสตรีชุดน้ำเงินผู้นั้นเป็นใคร และที่นี่เป็นที่แบบไหนกันรึ?” จางซิ่วเอ๋อถามอีกครั้ง
เวลานี้รุ่ยเซียงยอมปริปาก “สตรีชุดน้ำเงินคนนั้นเป็นผู้ดูแลที่นี่ พวกเราเรียกนางว่าแม่เล้าเจิ้ง”
“มีคนที่ตำแหน่งสูงกว่านางไหม?” จางซิ่วเอ๋อถามต่อ
“ไม่รู้สิ คงมีมั้ง หรืออาจไม่มี แต่เรื่องพวกนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับเรา เราสองคนต่างมีชีวิตต่ำต้อย ถึงได้ตกอับมาอยู่ในที่แบบนี้” รุ่ยเซียงถอนหายใจ ปากก็พูดจาตัดทอนกำลังใจ
“บางทีเจ้าอาจยังไม่รู้ว่าที่นี่เป็นที่แบบไหน ที่นี่เป็นที่ที่ลักลอบค้ามนุษย์กัน พวกเราต้องรับแขกกันหมด หากไม่ยอม แม่เล้าเจิ้งมีสารพัดวิธีที่จะทรมานพวกเรา หรืออาจถึงขั้นให้ฝูงผู้ชายมาย่ำยี…” พูดมาถึงนี่เสียงของรุ่ยเซียงเบาลงอย่างเห็นได้ชัด
จางซิ่วเอ๋อเม้มปาก ดูท่าคิดจะหนีไปจากที่นี่คงไม่ง่ายเท่าไหร่
แต่อย่างน้อยเชือกบนตัวนางก็ถูกแก้ออกไปแล้ว ตอนนี้สามารถขยับตัวได้ตามต้องการ
จางซิ่วเอ๋อฟังที่รุ่ยเซียงเล่าจบก็เริ่มพิจารณาห้องนี้ ดูว่ามีตรงไหนให้ออกไปได้บ้าง
แต่เห็นได้ชัดว่าความจริงเป็นสิ่งโหดร้าย
แม่เล้าเจิ้งจับพวกผู้หญิงมาขังไว้ที่นี่ด้วย