ายเจ้า ขอใช้พลาง ๆ ไปก่อนก็คงไม่เป็นอะไร” ชายวัยกลางคนมองจางซิ่วเอ๋ออย่างหื่นกาม
จางซิ่วเอ๋อรู้ผ่านคำพูดของคนคนนี้แล้วว่าเขาต้องรู้แน่นอนว่าตัวเองเป็นใคร
มิฉะนั้นเมื่อกี้คงไม่พูดแบบนั้น
เช่นนี้จางซิ่วเอ๋อก็มั่นใจแล้วว่าที่คนคนนี้จับตัวนางมาไม่ใช่เพราะมาเจอตนพอดี แต่เพ่งเล็งนางด้วยจุดประสงค์บางอย่าง
ขณะนั้นจางซิ่วเอ๋อตั้งสติให้มั่นเพื่อให้ตัวเองไม่ดูแตกตื่นนัก ก่อนจะเอ่ยขึ้น “เจ้าอย่าคิดนะว่าข้าไม่รู้ว่าเจ้าเป็นใคร”
ชายวัยกลายคนมีสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย เขาคลายมือจากคางของจางซิ่วเอ๋อ และถามด้วยสายตาวูบไหว “เจ้ารู้อะไรบ้าง?”
ถึงแม้ชายคนนี้จะดูดุร้าย แต่ดูจะไม่ค่อยมีปัญญาเท่าไหร่
จางซิ่วเอ๋อแค่ลวงนิดหน่อยก็รู้จากท่าทีของเขาแล้วว่าตัวเองเดาถูก
จางซิ่วเอ๋อกวาดสายตามองและกล่าว “แก้แค้นแทนคนอื่นล่ะสิ ไม่รู้ว่าคนคนนั้นให้ผลประโยชน์อะไรกับเจ้าบ้าง ไหนเจ้าลองบอกมาซิ ขอเพียงเจ้าปล่อยข้าไป ข้าจะให้ผลประโยชน์เจ้าเป็นสองเท่า”
ชายวัยกลางคนนั้นได้ยินแล้วลังเลไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงแน่วแน่ “ข้าจะบอกให้นะ เจ้าอย่ามาเล่นตุกติก ถ้าข้าปล่อยเจ้าไปนอกจากเจ้าจะไม่ให้ผลประโยชน์อะไรกับข้าแล้ว จะส่งข้าใ