้มากกว่าที่จะพึ่งพาผู้ชาย
แต่ในความเป็นจริงนางเป็นถั่วงอกที่ขาดสารอาหารมาเป็นเวลานาน
อีกอย่างคนพวกนั้นเห็นจ้าวเอ้อร์หลางฟังจางซิ่วเอ๋อแบบนั้น ก็อดบ่นในใจไม่ได้
โดยเฉพาะแม่หลินที่มาช้าไปบ้างแล้ว แต่เวลานี้นางยังคงมาร่วมชมความครึกครื้น
แม่หลินพูดด้วยเสียงที่ไม่ดัง “ข้าเห็นจางซิ่วเอ๋อสนิทกับตระกูลจ้าวมานานแล้ว! ดูสิ เจ้าตัวร้ายนี่ออกมาช่วยจางซิ่วเอ๋อออกหน้าอีกแล้ว!”
“จางซิ่วเอ๋อนี่เป็นคนชั้นต่ำชัด ๆ !” แม่หลินพูดไปถมถุยน้ำลายไป
ทุกคนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ แม่หลินได้ยินแม่หลินพูดเช่นนี้
ข่าวลือเกี่ยวกับแม่ม่ายคนนี้ยังมีอีกมากมาย ชื่อเสียงของจางซิ่วเอ๋อในหมู่บ้านก็ไม่ค่อยดีนัก ตอนนี้จ้าวเอ้อร์หลางยังออกมาช่วยจางซิ่วเอ๋อ อีกหน่อยก็ทำให้คนพวกนี้คิดมากไปไกล
แน่นอนว่าคนเหล่านี้ไม่คิดว่าจางซิ่วเอ๋อกับจ้าวเอ้อร์หลางมีสัมพันธ์อะไรกัน อย่างไรเสียจ้าวเอ้อร์หลางยังเล็กเกินไป
ทุกคนจึงคิดว่าจางซิ่วเอ๋อน่าจะมีความสัมพันธ์กับบัณฑิตจ้าวมากกว่า
“จางซิ่วเอ๋อช่างไร้ยางอายจริง ๆ ทั้งที่บัณฑิตจ้าวป่วยขนาดนั้น? นางยังไม่ยอมปล่อยไป!”
“เฮ้ อย่าพูดเลย เมื่อไม่กี่วันก่อนข้าเห็นบัณฑิตจ้าวอยู่ หน้าของบัณฑิตจ้าวดูแดงมีเลือดฝาดขึ้