จางซิ่วเอ๋อด้วยสายตาล้ำลึก ถ้าไม่ใช่เพราะเขาไม่สะดวกมารับจางซิ่วเอ๋อในละแวกบ้านตระกูลจาง เขาก็คงอยากจะไปรับจางซิ่วเอ๋อที่ตระกูลจางโดยตรง
เนี่ยหย่วนเฉียวใช้น้ำเสียงที่ไม่ยอมให้จางซิ่วเอ๋อปฏิเสธพูดด้วยความเป็นห่วงว่า “ในป่านี้เงียบสงัดเกินไป หากมีคนมารังแกเจ้าที่นี่ เกรงว่าข้าคงช่วยเจ้าไม่ทัน ”
ถ้าเนี่ยหย่วนเฉียวไม่ได้มาทันเวลาในครั้งก่อน จางซิ่วเอ๋อคงถูกจางเป่าเกินรังแกแน่
เรื่องนี้ทำให้เนี่ยหย่วนเฉียวรู้สึกหวาดกลัว ดังนั้นขอเพียงเขาอยู่บ้าน เขาก็อยากมารับจางซิ่วเอ๋อ
ตอนนี้จางซิ่วเอ๋อไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดี กล่าวกันว่าไม่ควรตบหน้าคนที่กำลังยิ้ม แต่เนี่ยหย่วนเฉียวในตอนนี้ยังยิ้มได้มากกว่าคนที่กำลังยิ้มเสียอีก!
ถ้าเป็นเมื่อก่อน ต่อให้เนี่ยหย่วนเฉียวรออยู่ที่นี่ จางซิ่วเอ๋อคงรู้สึกกระอักกระอ่วนอยู่บ้าง แต่ก็รู้สึกว่าไม่มีอะไร
แต่วันนี้…
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนทำให้จางซิ่วเอ๋อรู้สึกไม่สบายใจ
“ซิ่วเอ๋อ” เนี่ยหย่วนเฉียวพลันตะโกนขึ้นมา
จางซิ่วเอ๋อรีบพูด “เรียกข้าว่าจางซิ่วเอ๋อ แม่นางซิ่วเอ๋อ หรือแม่นางจางเถอะ อย่าเรียกข้าอย่างสนิทสนมขนาดนี้เลย”
นางยังไม่อาจทำความคุ้นเคยกับความรู้สึกนี้ได้!
สายตาของเนี่ยหย่วนเฉียวเป็นประกายจากนั้นใช้น้ำเสียงหยั่งเชิงถาม “เจ้า… เจ้าเคยคิดเกี่ยวกับการแต่งงานหรือไม่?”
จางซิ่วเอ๋อถลึงตาใส่เนี่ยหย่วนเฉียวแล้วถามอย่างระวัง “เจ้าถามเรื่องนี้ทำไม? ”
“เดี๋ยวก่อน เ