จ้าควรจะจำสิ่งที่ข้าพูดกับเจ้าเมื่อเช้านี้ได้ใช่ไหม? ต่อให้ข้าอยากแต่งงานหรือไม่ก็ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับเจ้า!” จางซิ่วเอ๋อรู้สึกประหม่าอีกครั้ง นางมีความรู้สึกว่าประโยคต่อไปของเนี่ยหย่วนเฉียวคือการขอแต่งงานกับนาง
นางปฏิเสธไปชัดเจนแล้ว ทำไมเนี่ยหย่วนเฉียวถึงใส่ใจเรื่องนี้อยู่ล่ะ!
จางซิ่วเอ๋อมองเนี่ยหย่วนเฉียวที่ดูจริงจัง จนนางรู้สึกว่าตนเองหัวโตขึ้นสองเท่า!
ถ้าคนอื่นมาติดหนึบแบบนี้ นางจะรู้สึกว่าคนผู้นี้เป็นไอ้โรคจิตหรือมีเจตนาแอบแฝง
แต่พอเนี่ยหย่วนเฉียวทำแบบนี้ นางคงไม่คิดแบบนั้น นางแค่รู้สึกว่าสมองของเนี่ยหย่วนเฉียวคนนี้ผิดปกติ!
เพราะสิ่งที่เขาพูด ต่อให้ไม่สมเหตุสมผลหรือต่อให้ไร้สาระแค่ไหน แต่ด้วยความคิดของนางแล้ว จางซิ่วเอ๋อก็ต้องยอมรับว่ามันมีเหตุผล…
ไม่ มันไม่ใช่แค่มีเหตุผล
บางครั้งเหตุผลก็ไร้ที่ติ!
เนี่ยหย่วนเฉียวพูดเบา ๆ “ข้าเป็นห่วงเจ้า”
จางซิ่วเอ๋อได้ยินดังนั้นก็รู้สึกอบอุ่นในใจ มีความรู้สึกรู้สึกผิดอยู่รางๆ บางทีเนี่ยหย่วนเฉียวอาจจะไม่ได้หมายความแบบนั้นจริง ๆ? บางทีเนี่ยหย่วนเฉียวอาจจะเป็นห่วงนางจริง ๆ? การที่นางพูดแบบนี้มันดูถือตัวเกินไปหรือเปล่า?
เมื่อคิดได้เช่นนี้ จางซิ่วเอ๋อก็มองเนี่ยหย่วนเฉียวด้วยใบหน้าแดงก่ำ แล้วพูดว่า “อย่าไปสนใจเลย ข้าเป็นคนแบบนี้ บางครั้งข้าเองก็ไม่ค่อยรู้ความ ถ้าพูดอะไรที่ทำให้เจ้าไม่สบาย ก็อย่าไปสนใจมันเลย”
จางซิ่วเอ๋อพูดแบบนี้ นางรู้สึกว่าตนพูด