ูและพูดว่า “เรื่องที่ท่านกินข้าวที่นี่ในวันนี้ ท่านอย่าบอกท่านย่าข้านะ”
จางต้าหูได้ยินดังนั้นก็มีใบหน้าแดงขึ้น พลันรู้สึกทั้งอับอายและละอายใจ เขากินคนเดียวโดยไม่ได้ส่งให้แม่ของเขาเลยสักนิด
มองสายตาเป็นประกายของเขาแล้ว จางซิ่วเอ๋อก็รู้ได้ว่าจางต้าหูกำลังคิดอะไรอยู่
จางซิ่วเอ๋อเหลือบมองจางต้าหู “ขนาดตอนที่ท่านกินท่านยังไม่ได้คิดเลย ตอนนี้ไปบอกมันจะมีประโยชน์อะไร? เมื่อถึงเวลานั้นท่านย่าจะไม่โกรธพวกเราหรอก แต่นางจะโกรธท่านคนเดียว!”
จางต้าหูจมดิ่งสู่ห้วงความคิด
จางซิ่วเอ๋อทำสีหน้าเรียบเฉย “แต่ถ้าท่านอยากจะพูดก็พูดไปเถอะ อย่างไรข้าก็ไม่เอาของมาให้ท่านกินทุกครั้งหรอก ถ้าย่าข้ารู้ว่าท่านได้กินเหมือนแม่ข้า และได้กินอิ่มทุกวัน หลังจากนั้นท่านก็คงต้องหิวโหย”
ที่จริงแล้วจางซิ่วเอ๋อไม่ได้รู้สึกอะไรกับเรื่องที่ว่าแม่เฒ่าจางจะรู้เรื่องนี้หรือไม่
ต่อให้แม่เฒ่าจางรู้แล้วจะทำอะไรได้?
เหตุผลที่นางไม่ยอมให้จางต้าหูพูดในตอนนี้ ก็เพราะรู้สึกว่าช่วงนี้จางต้าหูทำผลงานได้ไม่เลว และดูเหมือนจะกลับตัวกลับใจได้ แน่นอนว่าจางซิ่วเอ๋อไม่มั่นใจในการเปลี่ยนแปลงของจางต้าหูเลย
แต่จางซิ่วเอ๋อยังรู้สึกว่าอยากจะลอง หากเห็นว่าจางต้าหูมีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น ดังนั้นในบั้นปลายชีวิตของแม่โจวก็จะมีที่พึ่ง
เรื่องหย่าร้างไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรในยุคปัจจุบัน แต่ในสมัยโบราณนั้นเป็นเรื่องยากลำบากเกินไป ถึงตอนนั้นต่อให้หย่ากัน ต่อ