ให้ฝ่ายหญิงไม่ผิด สุดท้ายแล้วคนที่ได้รับคำติฉินนินทามากที่สุดก็ต้องเป็นฝ่ายหญิง
บวกกับตอนนี้แม่โจวยังไม่มีลูกชายเลย ถ้าในท้องเป็นลูกสาวอีกคน คงหนีไม่พ้นการถูกครหาว่าเป็นคนอกตัญญูต่อตระกูล นี่เป็นหนึ่งในกฎเจ็ดหย่าสามไม่หย่า*ที่บังคับใช้ในยุคสมัยนี้
*กฎหมายจารีตในสมัยโบราณของจีน ฝ่ายชายสามารถฟ้องหย่าฝ่ายหญิงได้ เพียงแค่อีกฝ่ายมีการกระทำที่เข้าข่ายหนึ่งในเจ็ดประการ อันได้แก่ อกตัญญูต่อบิดามารดา ไร้ทายาทสืบสกุล คบชู้สู่ชาย อิจฉาริษยา เป็นโรคร้ายแรง ขี้นินทา และลักขโมย
พูดง่าย ๆ ก็คือไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม ขอเพียงทั้งสองคนไม่อยากอยู่ด้วยกัน ก็เกือบจะแน่ใจแล้วว่าแม่โจวจะต้องถูกขับไล่แน่ ๆ
ผู้หญิงที่ถูกหย่าในสมัยโบราณถือว่าเป็นเรื่องยากที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป มีแต่คนถ่มน้ำลายใส่จนแทบจะจมน้ำตาย!
สรุปแล้ว การลองเสี่ยงในเรื่องนี้ดูก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไรมากนัก
แม้ว่าจะไม่ประสบความสำเร็จ แต่จางซิ่วเอ๋อก็รู้สึกว่ามันช่วยสร้างความร้าวฉานระหว่างจางต้าหูกับแม่เฒ่าจางได้
ครั้งนี้หากจางต้าหูไม่บอกแม่เฒ่าจาง คราวหน้าจางต้าหูก็อาจจะไม่บอกแม่เฒ่าจาง และครั้งต่อ ๆ มา จางต้าหูก็เรียนรู้ที่จะกินคนเดียวได้
ใช่แล้ว ตอนนี้จางซิ่วเอ๋อแค่อยากจะสอนจางต้าหูให้กินคนเดียว อย่ามัวแต่คิดถึงแม่เฒ่าจาง
หลังจากสองครั้งผ่านไป จางต้าหูอาจจะรู้สึกผิดบ้าง แต่พอหลายครั้งผ่านไป จางต้าหูอาจเริ่มหาข้อแก้ตัวสำหรับเขาแล้ว ครั้