แต่ยังมีรสชาติของข้าวขาวอีกด้วย ซึ่งมีรสโอชายิ่งนัก
หลังจากนั้นนางก็หั่นเนื้อเค็มที่หมักไว้ก่อนหน้านี้มาชิ้นหนึ่ง แช่น้ำเพื่อพยายามขจัดรสเกลือข้างในให้หมด นางตั้งใจจะใส่เนื้อเค็มลงไปในอาหารสักเล็กน้อย ถ้าไม่ล้างเกลือออกก็เกรงว่าอาหารทั้งจานคงจะเค็มเกินไป
ครั้งนี้จางซิ่วเอ๋อไม่ได้ทำอาหารมากมายนัก นางผัดเห็ดไปหนึ่งกระทะ
หลังจากนั้นจางซิ่วเอ๋อก็ทำน้ำแกงอีกอย่างหนึ่ง น้ำแกงนี้ทำมาจากผักโขม และใส่ไข่กวนลงไปสองฟอง เพื่อให้ในน้ำแกงมีไข่กวนลอยฟ่องเต็มผิว
จากนั้นก็เหลือเพียงนำอาหารขึ้นโต๊ะ
จางชุนเถา จางซานหยา บัณฑิตจ้าว และจ้าวเอ้อร์หลางนั่งอยู่ตรงนั้น
มีเพียงเถี่ยเสวียนและเนี่ยหย่วนเฉียวเท่านั้นที่ไม่ได้มา
“พี่สาว พี่ไปเรียกพวกเขามากินข้าวกันเถอะ” จางชุนเถาพูด
จางซานหยานั่งลงข้างโต๊ะสูดหายใจเข้าลึก ๆ นี่เป็นครั้งแรกที่พี่สาวใช้เนื้อเค็มผัดเห็ดแบบนี้ กลิ่นหรือก็หอมน่ารับประทาน ที่สำคัญที่สุดคืออาหารจานนี้ยังมีเห็ดที่นางหามาอยู่ด้วย
ความรู้สึกที่ได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจทำให้นางรู้สึกว่าอาหารจานนี้หอมเป็นพิเศษ
จางซิ่วเอ๋อยืนอยู่ในลานบ้านและร้องตะโกน “เถี่ยเสวียน! ออกมากินกันเถอะ! ”
เถี่ยเสวียนกำลังนอนพักผ่อนอยู่บนเตียง ครั้นได้ยินเช่นนั้น เขาก็มีท่าทางเหมือนปลากระดี่ได้น้ำ ขณะที่กำลังจะวิ่งออกไปกินข้าว เขาก็ต้องหยุดเดิน “เจ้านาย เราไปกินข้าวกันเถอะขอรับ”
สีหน้าของเนี่ยหย่วนเฉียวดูมีแววไม่พอใจเล็