ม่ได้
คุณชายฉินได้ยินดังนั้นก็สะบัดแขนเสื้อแล้วหันหลังจากไปทันที
ขณะนั้น ประตูของเรือนน้อยพลันเปิดออก สตรีวัยกลางคนดูสง่างามคนหนึ่งเดินออกมาจากข้างใน นางสวมเสื้อผ้าสีแดงสด บุคลิกท่าทางสูงส่งเอาการ
นางตะคอกเสียงดุดัน “เจ้าหยุดเดี๋ยวนี้นะ!”
คุณชายฉินหันกลับมาและเอ่ยเสียงเย็น “ไม่ทราบว่าลมอะไรพัดท่านมาหรือ?” พูดจบคุณชายฉินก็ชะงักไปเล็กน้อย ดูเหมือนวันนี้จางซิ่วเอ๋อก็ได้พูดประโยคนี้เช่นกัน
คุณชายฉินนึกถึงจางซิ่วเอ๋อแล้วอดเหม่อลอยไม่ได้
สตรีวัยกลางคนผู้นั้นหรี่ตา “เรื่องอันใดกันที่ทำให้เจ้าใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเช่นนี้?”
คุณชายฉินได้สติกลับมาแล้วเอ่ยขึ้น “ไม่มี เพียงแต่ไม่ทราบว่าฮูหยินใหญ่มาหาข้าที่นี่ทำไมกัน?”
สตรีวัยกลางคนตะคอกอย่างเดือดดาล “เจ้าต้องพูดจาแบบนี้กับข้าเชียวหรือ? ไม่เคยเรียนมารยาทเลยหรืออย่างไร?”
เวลานี้คุณชายฉินไม่เหลือความสง่างามสูงส่งอย่างที่เคยเป็น กลับมีความโหดเหี้ยมที่จางซิ่วเอ๋อไม่เคยเห็นมาก่อนฉายอยู่บนใบหน้า “มารยาท? คิดไม่ถึงว่าฮูหยินใหญ่จะทราบด้วยว่าสิ่งใดคือมารยาท!”
“บิดาเจ้าป่วย ข้ามาครั้งนี้ก็เพื่อพาเจ้ากลับไป” สตรีวัยกลางคนพูดอย่างไม่สบอารมณ์
คุณชายฉินแค่นเสียงเย็น “เขาจะเป็นตายร้ายดีอย่างไรเกี่ยวอะไรกับข้า!”
“เจ้าจะเย็นชาไร้เยื่อใยเช่นนี้จริง ๆ รึ?” สตรีวัยกลางคนถาม น้ำเสียงเปี่ยมไปด้วยความคาดคั้น
คุณชายฉินหรี่ตาตอบ “หากฮูหยินใหญ่ไม่มีเรื่องอันใดแล้ว เชิญ