ขึ้นชื่อว่าทวงบุญคุณ จึงให้ตัวเองเป็นฝ่ายเอ่ยปากก่อน
จางซิ่วเอ๋อจึงเอ่ยปากอย่าง ‘รู้หน้าที่’
ไม่รู้ว่าหากวันใดจางซิ่วเอ๋อรู้ว่าทั้งหมดนี้เป็นเพียงการเข้าใจผิดที่แสนสวยงาม จะเจ็บปวดจนเลือดออกที่หัวใจหรือไม่
คุณชายฉินรู้สึกสนใจ รอยยิ้มสำราญฉายอยู่เต็มหน้า แน่นอนว่ารอยยิ้มแบบนี้ในสายตาจางซิ่วเอ๋อล้วนเต็มไปด้วยการหลอกล่อ นิสัยพ่อค้าเจ้าเล่ห์ชัด ๆ
คุณชายฉินเอ่ยขึ้น “เจ้าลองว่ามาซิ”
“เอาอย่างนี้ เราสองคนมาทำธุรกิจกัน ข้าให้สูตรเครื่องเทศผสมกับท่านได้ แต่ข้าหวังว่าจะไม่ใช่การขายให้ท่าน หากแต่เป็นการที่ท่านลงขันตำลึงเงินเพื่อบริหารสูตรเครื่องเทศผสมนี้ จากนั้นตำลึงเงินที่ได้มาเราแบ่งกันคนละครึ่ง” จางซิ่วเอ๋อกล่าว
คุณชายฉินได้ยินดังนั้นจึงเอ่ยยิ้ม ๆ “เจ้าไม่กลัวว่าข้าได้สูตรเครื่องเทศผสมของเจ้าไปแล้วจะไม่ยอมจ่ายตำลึงเงินหรือ?”
จางซิ่วเอ๋อโบกมือ “ถ้าท่านเป็นคนแบบนั้น ข้าจะถือว่าตัวข้าโชคร้ายเอง”
ถือเสียว่านางซื้อชีวิตน้อย ๆ ของตนด้วยสูตรเครื่องเทศผสมก็แล้วกัน
ถึงแม้จางซิ่วเอ๋อจะเจ็บใจแต่ก็ปลงได้อยู่ สูตรเครื่องเทศผสมนี้ไม่ใช่สิ่งที่สืบทอดจากบรรพบุรุษมาหลายต่อหลายรุ่นเสียหน่อย แม้นางจะหวังรวยด้วยสูตรเครื่องเทศผสมนี้ แต่ก็ไม่ยอมเสียสละชีวิตตัวเองเพื่อมันหรอก
ครั้งก่อนที่บอกคุณชายฉินว่ายอมเอาสูตรเครื่องเทศผสมลงโลงไปด้วยดีกว่าจะขายให้เป็นแค่การอำคุณชายฉินไปอย่างนั้น
ถ้าแลดูอ่อนแอปวกเปียกเกินไปจะโ