วิธีเร็วเข้า!” แม่เถาหันกลับไปมองจางต้าเหอที่นั่งเงียบไม่พูดจา
จางต้าเหอกำลังรำคาญใจ ไหนเลยจะมีกะจิตกะใจปลอบแม่เถา เขาพูดอย่างหงุดหงิด “เจ้าช่วยสงบเสงี่ยมบ้างได้ไหม? ให้ข้าคิดหาวิธี? ข้าจะคิดหาวิธีอะไรได้?”
“หรือท่านจะปล่อยให้ข้าโดนรังแกอยู่เช่นนี้เหรอ?” แม่เถาพูดอย่างโกรธเคือง
จางต้าเหอแค่นเสียงเย็น “ถ้าเจ้าเก่งนักเจ้าก็ออกไปโต้วาทีกับพวกเขาเสียเดี๋ยวนี้เลยสิ!”
แม่เถาได้ยินดังนั้นก็อารมณ์เย็นลง
ตอนนี้คนตระกูลโจวยังอยู่ที่ลาน ให้นางออกไปตอนนี้ก็เท่ากับหาเรื่องโดนตีน่ะสิ?
เดี๋ยวก่อน คนตระกูลโจวหรือ? ในเมื่อแม่โจวมีคนในครอบครัวทางแม่ออกหน้าให้ นางก็มีคนในครอบครัวทางแม่เหมือนกัน! พอคิดได้ดังนี้แม่เถาก็มีดวงตาเป็นประกาย หันไปพูดกับจางต้าเหอทันที “ท่านพอมีตำลึงเงินติดตัวอยู่ไหม?”
จางต้าเหอมองอย่างระแวง “เจ้าจะเอาตำลึงเงินไปทำไมกัน?”
“ข้าจะนำไปซื้อเนื้อสัก 2 ชั่ง” แม่เถาพูดโดยไม่คิดอะไร
จางต้าเหอบ่นอุบอิบ “เจ้าซื้อเนื้อไปก็ไม่มีที่จะปรุง! ถ้าท่านแม่เห็นเข้า เจ้ารับผิดชอบไหวไหมล่ะ?”
“ข้าจะเอากลับไปให้แม่ข้า! ข้าจะให้แม่ข้ามาออกหน้าให้ข้า!” แม่เถาพูดอย่างภาคภูมิ
“แม่เจ้าจะออกหน้าอะไรได้? เรื่องนี้เราช่างมันเถอะ” จางต้าเหอถอนหายใจ
ไม่รู้ว่าแม่เถาคิดอะไรขึ้นมาได้ นางจ้องจางต้าเหอพลางถาม “จางต้าเหอ ข้าขอถามท่านหนึ่งประโยค ท่านชอบชีวิตความเป็นอยู่แบบนี้หรือไม่?”
“อะไรนะ?” จางต้าเหอตั้งสติไม่ทั