กข้าหรือไร?”
จางซิ่วเอ๋อได้ยินแล้วเกือบจะหลุดขำออกมา
หนอนไชตา…..คำนี้ด่าได้น่าขยะแขยงสุด ๆ และสร้างสรรค์มากด้วย
จางซิ่วเอ๋อรู้สึกว่าตัวเองนับถือหยางชุ่ยฮวามากขึ้นเรื่อย ๆ
เวลานี้จางต้าหูนึกออกแล้วว่าหยางชุ่ยฮวาเป็นใครในที่สุด จึงถามอย่างหยั่งเชิง “พี่สะใภ้ใหญ่?”
“แหม! หนอนเลื้อยออกมาแล้วเหรอ?” หยางชุ่ยฮวามองจางต้าหูอย่างดูหมิ่น
จางซิ่วเอ๋อรำพึงในใจว่าโชคดีที่ตอนนี้ตัวเองยังไม่กินข้าว ถ้ากินข้าวแล้วมาได้ยินหยางชุ่ยฮวาด่าแบบนี้แล้วนึกภาพตาม คงได้อาเจียนแน่ ๆ
หลังจากจางต้าหูรู้ว่าหยางชุ่ยฮวาเป็นใครแล้ว เขาก็ไม่ทันได้โมโหกับคำพูดท้าทายของหยางชุ่ยฮวา กลับรู้สึกทำอะไรไม่ถูก
“คือว่า….พี่สะใภ้ใหญ่ ท่านมาได้อย่างไรรึ?” เนิ่นนานกว่าจางต้าหูจะขมุบขมิบถามประโยคหนึ่งออกมา
จางต้าหูหวั่นใจนิดหน่อย ก่อนหน้านี้คนในครอบครัวแม่โจวไม่เคยมาหาเลยสักครั้ง เขาจึงไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้มาก่อน บัดนี้หยางชุ่ยฮวามาหาถึงที่ เขาพลันพบว่าชีวิตของแม่โจวดูจะไม่ค่อยสบายเท่าใด
เรื่องอื่นไม่ว่า เอาแค่ตอนนี้แม่โจวยังนอนอยู่บนเตียงกระดิกไปไหนไม่ได้ ก่อนหน้านี้ไม่นานก็เพิ่งโดนโยนเข้าไปในห้องเก็บฟืน…..
แม้เขาจะไม่ได้รู้สึกว่าเรื่องพวกนี้ผิดมาก แต่ก็ยังหวั่นใจอยู่ดี
หยางชุ่ยฮวาแค่นเสียงเย็น “เจ้าหมายความว่าอย่างไร? เจ้าจะบอกว่าข้ามาไม่ได้รึ? ข้ามาแล้วเกะกะลูกตาเจ้าใช่ไหม?”
“ข้าไม่ได้หมายความแบบนั้น” จางต้าหูรีบอธิบายอย่างลน