เรื่องคงไม่จบง่าย ๆ เช่นนี้อีก”
“อีกอย่าง เจ้าจงจำข้าเอาไว้ หากกลับไปแล้วเที่ยวไปซี้ซั้วพูดอะไร…..ข้าไม่คิดมากกับการเด็ดหัวเจ้าออกมาหรอกนะ!” เนี่ยหย่วนเฉียวขู่เสียงเย็น
จากนั้นเนี่ยหย่วนเฉียวถึงปล่อยมือ
เวลานี้จางเป่าเกินไม่กล้าพูดจาด่าทออะไรจางซิ่วเอ๋ออีก เขาหนีหายไปลิบลิ่ว
จางซิ่วเอ๋อมองท่าทางหัวซุกหัวซุนของจางเป่าเกินที่เสมือนมีสัมภเวสีไล่ตามหลังมา แล้วก็มีรอยยิ้มกว้างขึ้นเรื่อย ๆ
เป็นเวลาเนิ่นนานกว่านางจะหุบยิ้มลง นางมองเนี่ยหย่วนเฉียวด้วยความขัดเขินเล็กน้อย เมื่อครู่นี้นางทระนงตนเกินไปหรือเปล่านะ? ถ้าไม่ได้เนี่ยหย่วนเฉียว เรื่องวันนี้คงไม่จบลงด้วยดีแน่
จางซิ่วเอ๋อพูดอย่างเอียงอาย “ต้องให้เจ้าหัวเราะเยาะแล้ว”
เนี่ยหย่วนเฉียวมองจางซิ่วเอ๋อพลางกล่าว “คำพูดพวกนั้นที่ทิ่มแทงเจ้า….ไม่ต้องเก็บไปใส่ใจ”
จางซิ่วเอ๋อถามยิ้ม ๆ “เจ้ากำลังปลอบใจข้าอยู่หรือ? ถ้าเป็นเช่นนั้นเจ้าไม่ต้องห่วงหรอก เพราะข้าไม่สนใจเรื่องพวกนี้เลยสักนิด”
จากนั้นนางก็ชะงักไปเล็กน้อย “แน่นอนว่าข้าโมโห อย่างไรเสียไม่ว่าใครโดนด่าก็คงอารมณ์ดีอยู่ไม่ได้ แต่ข้าไม่มีทางเก็บคำพูดพวกนี้มาใส่ใจหรอก ตั้งแต่วันที่ข้ากลายเป็นแม่ม่าย มีคนในหมู่บ้านจำนวนไม่น้อยเลยที่ด่าข้า หากข้าเก็บมาใส่ใจหมดคงแขวนคอตัวเองตายไปนานแล้ว”
จางซิ่วเอ๋อพูดด้วยท่าทางสบาย ๆ แต่คำพูดแบบนี้กลับเข้าหูเนี่ยหย่วนเฉียว ทำให้ความรู้สึกในใจของเนี่ยหย่วนเฉียวนั้นม