ากขึ้นกว่าเดิม
เขาเงียบไปนานก่อนจะเอ่ยปากถาม “หากคุณชายเนี่ยไม่ตาย เจ้าจะมีความสุขกว่านี้ไหม?”
จางซิ่วเอ๋อฟังแล้วกระโดดไปด้านหลังหนึ่งก้าวทันที “เจ้าอย่าพูดแบบนี้อีกนะ! หากคุณชายเนี่ยยังไม่ตาย…..ข้าว่าข้ายอมเป็นแม่ม่ายยังจะดีกว่า! สภาพแวดล้อมอย่างบ้านตระกูลเนี่ย ข้าไปแล้วได้โดนกลืนกินทั้งเป็นน่ะสิ สู้อยู่กับน้องสาวอย่างตอนนี้ดีกว่า แม้จะไม่ถึงขั้นร่ำรวย แต่ทุก ๆ วันก็ผ่านมาได้อย่างมีความสุขและเปี่ยมไปด้วยความหวัง”
นัยน์ตาของเนี่ยหย่วนเฉียวลึกล้ำขึ้น
นาง……คิดแบบนี้เองหรือ?
ชั่วขณะเมื่อครู่นี้เขาตั้งใจจะเปิดเผยฐานะจริงของตนเองให้จางซิ่วเอ๋อรู้แล้ว เขาไม่อยากให้จางซิ่วเอ๋อเอาแต่คิดว่าตัวเองเป็นแม่ม่าย
ความวู่วามในชั่วพริบตาเมื่อครู่ทำให้เขาไม่ทันแม้แต่จะคิดว่าถ้าตนบอกทุกอย่างกับจางซิ่วเอ๋อแล้ว ทั้งสองจะอยู่ด้วยกันในฐานะอะไร
ทว่ายังไม่ทันได้บอกอะไร ประโยคนี้ประโยคเดียวก็ทำเอาเนี่ยหย่วนเฉียวพูดอะไรไม่ออกอีก
ถ้าจางซิ่วเอ๋อรู้ว่าเขายังมีชีวิตอยู่ คงไม่ได้รู้สึกดีใจแต่น่าจะตกใจเสียมากกว่า
เนี่ยหย่วนเฉียวถามเสียงเข้ม “ถ้าเนี่ยหย่วนเฉียวมีชีวิตกลับมา เจ้าจะทำอย่างไร?”
จางซิ่วเอ๋อมองเนี่ยหย่วนเฉียวอย่างแปลกใจ “ทำไมเจ้าถึงถามคำถามประหลาดเช่นนี้ล่ะ เขาตายไปแล้วก็คือตายไปแล้ว จะมีชีวิตกลับมาได้อย่างไร?”
คิดมาถึงตรงนี้ จางซิ่วเอ๋อก็รู้สึกว่าตนเองพูดจามั่นใจเกินไป นางเองก็ตายแล้วมีชีวิตฟื้นกลับมาไ