และตะเกียบพร้อมเอ่ยบอก “ข้าไปแล้วนะเจ้าคะท่านแม่ ถ้ามีอะไรท่านก็ให้ซานหยามาส่งข่าวข้านะ”
จางซิ่วเอ๋อไม่หวังให้จางต้าหูไปบอกข่าวกับนางหรอก อีกอย่างถ้าจางต้าหูไปแล้วเห็นว่าที่บ้านตัวเองมีบุรุษเข้าออก ไม่รู้ว่าจะทำอะไรนางบ้าง
ตอนจางซิ่วเอ๋อกลับบ้าน ท่านหมอเมิ่งกำลังตรวจชีพจรให้บัณฑิตจ้าว
ตอนนี้บัณฑิตจ้าวมีสภาพดีขึ้นมากแล้ว เขาได้กินยาตามเวลา ข้าวก็กินได้อิ่ม บวกกับอาหารที่กินที่บ้านจางซิ่วเอ๋อมีแต่ของมีประโยชน์ จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่ร่างกายเขาจะแข็งแรงขึ้น
ที่สำคัญที่สุดคือตอนนี้บัณฑิตจ้าวมีสภาพจิตใจดีทุกวัน เขามองเห็นความหวังในชีวิต รู้สึกว่าตัวเองไม่ใช่ตัวถ่วงใครอีกแล้ว บางครั้งอาการป่วยก็เกี่ยวโยงกับสภาพจิตใจมาก ตอนนี้สภาพจิตใจเขาดีขึ้น อาการป่วยก็ดีขึ้นเป็นธรรมดา
ท่านหมอเมิ่งเพิ่งจะปรับสำรับยาให้บัณฑิตจ้าวใหม่ แล้วจึงลุกยืนบอกลา
“ท่านอาเมิ่ง รอก่อนเจ้าค่ะ” จางซิ่วเอ๋อรีบเดินออกไปส่งท่านหมอเมิ่ง
รอจนเข้ามาถึงในป่าผีสิง ท่านหมอเมิ่งจึงชะงักฝีเท้าและหันกลับมามองจางซิ่วเอ๋อที่ตามหลังมาส่งเขา
จางซิ่วเอ๋อมองท่านหมอเมิ่งด้วยสายตาตั้งคำถาม
น้ำเสียงท่านหมอเมิ่งนุ่มนวล เต็มไปด้วยความเป็นห่วง “ซิ่วเอ๋อ บางทีบางคำพูดของข้าอาจฟังดูยุ่งไม่เข้าเรื่อง แต่ข้าก็ยังอดพูดไม่ได้ คุณชายหนิงผู้นั้นดูก็รู้ว่าไม่ใช่คนธรรมดา ข้าไม่รู้ว่าเจ้ารู้ที่มาที่ไปของเขาหรือไม่ ข้าแค่อยากเตือนเจ้าว่าควรระวังผู้อื่นมิ