ให้ขาด”
ถึงแม้ท่านหมอเมิ่งก็รู้สึกเช่นกันว่าเนี่ยหย่วนเฉียวดูเป็นคนใช้ได้ แต่พอนึกถึงเรื่องที่จางซิ่วเอ๋อใช้ชีวิตกับน้องสาาวสองคนตามลำพัง ในใจของท่านหมอเมิ่งก็อดเป็นห่วงไม่ได้
จางซิ่วเอ๋อได้ยินแล้วยิ้มตาหยี “ที่แท้ก็เรื่องนี้นี่เอง ท่านอาเมิ่งสบายใจได้ ข้าจะดูแลตัวเองให้ดี ไม่ยอมให้ใครหลอกลวงข้าเป็นอันขาด”
“ข้ารู้อยู่แล้วว่าเจ้าเป็นเด็กดีฉลาดเฉลียว เห็นทีข้าคงกังวลมากเกินไปจริง ๆ” ท่านหมอเมิ่งเห็นท่าทางมั่นอกมั่นใจของจางซิ่วเอ๋อแล้วก็สบายใจขึ้นไม่น้อย
“ที่ท่านอาเมิ่งกังวลก็สมเหตุสมผลแล้ว ขอบคุณอานะเจ้าคะที่เตือนข้า” จางซิ่วเอ๋อมองท่านหมอเมิ่งอย่างจริงใจ
หน้าตาท่านหมอเมิ่งดูเป็นคนสุภาพเรียบร้อย ตอนพูดประโยคนี้น้ำเสียงก็อ่อนโยนและห่วงใย จางซิ่วเอ๋อฟังแล้วอบอุ่นหัวใจ
จางซิ่วเอ๋อพูดกับตัวเองในใจว่าท่านหมอเมิ่งช่างเป็นคนดีที่หาได้ยากจริง ๆ
ท่านหมอเมิ่งมองจางซิ่วเอ๋อยิ้ม ๆ เขายื่นมือไปที่ศีรษะของจางซิ่วเอ๋ออย่างอดไม่ได้ จางซิ่วเอ๋อมองท่านหมอเมิ่งอย่างตกใจ หน้าเริ่มแดง รู้สึกอึดอัดเล็กน้อย
ตัวนางเตี้ยกว่าท่านหมอเมิ่งมาก ท่านหมอเมิ่งจึงทำท่าทางเหล่านี้ได้อย่างลื่นไหล
ทว่าจางซิ่วเอ๋อไม่รู้ว่าควรทำอย่างไร
ท่าทางแบบนี้สำหรับชายหญิงในยุคโบราณนั้น ใกล้ชิดกันมากไปหน่อย
ในตอนที่นางกำลังจะหลบ ท่านหมอเมิ่งก็ดึงมือกลับ ในมือมีหนอนตัวเขียวอยู่ตัวหนึ่ง เขากล่าวด้วยรอยยิ้ม “มีหนอนตกไปอยู่บนศีรษะเจ้า….”