เขาเองก็รู้สึกเช่นเดียวกับเจ้านายเหมือนกัน ในเรื่องที่ว่ารู้สึกผิดกับจางซิ่วเอ๋อ
เพียงพูดว่าจางซิ่วเอ๋อทำอาหารอร่อย เขาก็รู้สึกว่าทุกอย่างไม่ใช่เรื่องใหญ่!
ตอนจางซิ่วเอ๋อมาที่บ้าน จางอวี้หมิ่นไม่อยู่ แต่เจอจางเป่าเกินยืนอยู่หน้าประตูแทน
จางซิ่วเอ๋อยืนอยู่ด้านนอกประตู เอ่ยขึ้นเรียบ ๆ “หลีกไป”
“ข้าไม่หลีก แล้วเจ้าจะทำอะไรข้าได้” จางเป่าเกินทำหน้าอันธพาล ท่าทางไร้เหตุผล
จางซิ่วเอ๋อหน้าขรึมลง “สุนัขที่ดีไม่ขวางทางหรอกนะ!”
จางเป่าเกินชี้นิ้วไปที่จางซิ่วเอ๋อทันที “นังตัวขาดทุน! เจ้าหมายความว่าอย่างไร? เจ้าว่าใครเป็นสุนัข?”
จางซิ่วเอ๋อกวาดสายตามองจางเป่าเกินด้วยท่าทีจริงจัง และบอกจางเป่าเกินด้วยสายตาว่า นางหมายถึงเขานั่นแหละ!
ก่อนจะเสริมขึ้นด้วยท่าทางขึงขัง “ใครขวางทางคนนั้นแหละเป็นสุนัข!”
“ถ้าเจ้าคิดว่าเจ้าเป็นสุนัขก็ขวางอยู่ตรงนี้แหละ!” จางซิ่วเอ๋อแค่นเสียง
จางเป่าเกินโกรธจัดจนจะลงมือ
จางซิ่วเอ๋อไม่รอให้จางเป่าเกินแตะโดนตัวเองก็โวยวายลั่น “ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยด้วย! จางเป่าเกินจะตีข้า!”
จางเป่าเกินมองมือตัวเองที่ยังไม่ทันได้แตะโดนจางซิ่วเอ๋ออึ้ง ๆ ตั้งสติไม่ได้ไปชั่วขณะ
เขาพูดอย่างดุร้าย “เจ้าโวยวายบ้าอะไร! ข้าไปตีเจ้าตอนไหน!”
“ช่วยด้วย! พี่ พี่ผลักแม่ข้าจนเกือบแท้ง ข้าแค่อยากเอาอาหารมาให้แม่ข้า ทำไมพี่ต้องขวางด้วย? พี่อยากให้ลูกในท้องแม่ข้าตายใช่ไหม? แบบนั้นพี่จะได้สืบทอดมรดกของทั้งตระ