เวลาแบบนี้คนที่พึ่งได้มีแต่นางคนเดียว
หากนางยังเอาแต่กระวนกระวายจนทำอะไรไม่ถูก เช่นนั้นแล้วแม่โจว จางชุนเถา และจางซานหยาจะทำอย่างไร?
จางซิ่วเอ๋อเริ่มหลอมรวมเข้ากับครอบครัวนี้โดยไม่รู้ตัว นางถึงกับให้ตัวเองเป็นเสาที่ค้ำจุนครอบครัวนี้ด้วยซ้ำ รู้สึกเลยว่าไหล่ของตัวเองนั้นหนักอึ้ง
นางต้องรับผิดชอบภาระนี้ไว้ ต่อให้ภาระนี้ไม่ใช่ความรับผิดชอบของนางก็ตาม
ตอนนี้จางซิ่วเอ๋อรู้แล้วว่า ฐานะแม่ม่ายนี่ลำบากในหลาย ๆ เรื่องจริง ๆ
ถ้าตอนนี้นางมีสามีสักคน อย่างน้อยนางก็มีคนที่ช่วยออกความเห็นได้ มีที่พึ่งที่พอจะคลายความกดดันในใจลงได้บ้าง
จางซิ่วเอ๋อจับมือแม่โจวไว้ มือของแม่โจวเย็นจนน่ากลัว
นางเป็นผู้หญิงท้องโต นอนอยู่บนฟางหญ้าเย็นเยียบเช่นนี้ ไม่เป็นอะไรสิแปลก!
จางซิ่วเอ๋อเลิกกระโปรงของแม่โจวขึ้นดู มีรอยเปื้อนเลือดจาง ๆ อยู่บนกระโปรง แม้จะไม่มาก แต่ก็ทำให้จางซิ่วเอ๋อใจหาย!
คนท้องตกเลือด ต่อให้เป็นยุคปัจจุบันที่การแพทย์พัฒนาแล้วก็เป็นเรื่องใหญ่เหมือนกัน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงในยุคโบราณเลย!
อาจเพราะสัมผัสได้ว่ามีคนมา แม่โจวจึงค่อย ๆ ตื่นขึ้นมา
“ท่านแม่…..” จางซิ่วเอ๋อเรียกอย่างปวดใจ
แม่โจวมองจางซิ่วเอ๋ออย่างตื้นตัน “ซิ่วเอ๋อ ไม่ต้องห่วงนะ แม่ไม่เป็นอะไร”
จางซิ่วเอ๋อในตอนนี้อยากจะแหงนหน้าคำรามกับฟ้าจริง ๆ นี่น่ะเหรอไม่เป็นไร? ต้องให้ชีวิตหาไม่ก่อนใช่ไหมถึงจะเรียกว่าเป็นอะไร?
จางซิ่วเอ๋อเอ่ยเสียงแผ่ว “แม่ เรา