าเคร่งเครียดขึ้น “ซานหยา เจ้าอย่าเพิ่งร้องไห้ ค่อย ๆ เล่ามาว่าเรื่องมันเป็นมาอย่างไร”
แม่โจวยังมีบุตรในครรภ์เป็นยันต์ป้องกันตัวอยู่ แม้คนตระกูลจางจะรังแกแม่โจวมาโดยตลอด แต่ไม่เคยมีสักครั้งที่จางซานหยาร้อนใจถึงเพียงนี้ จางซิ่วเอ๋อจึงรู้สึกได้ด้วยสัญชาตญาณว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ
จางซานหยาเช็ดน้ำตา จับแขนเสื้อของจางซิ่วเอ๋อพลางเอ่ย “พี่ใหญ่ พี่รีบไปตามหมอมาช่วยท่านแม่เร็วเข้า!”
“เกิดอะไรขึ้นกับท่านแม่กันแน่?” จางชุนเถาได้ยินถึงตรงนี้ก็ร้อนใจจนตาแดงก่ำ
“ชุนเถา เจ้าปล่อยซานหยาก่อน เจ้าบีบแขนซานหยาแบบนี้นางเจ็บมากนะ?” แม้จางซิ่วเอ๋อจะร้อนใจเหมือนกัน แต่เวลานี้ก็รักษาสติได้อยู่
จางชุนเถาได้ยินถึงรู้ตัวว่าที่แท้ตัวเองไปบีบแขนเล็ก ๆ ของจางซานหยาอย่างแรงโดยไม่รู้ตัว
นางปล่อยมือ ดวงตาแดงก่ำมองจางซานหยาอย่างรู้สึกผิด
ตอนนี้จางซานหยาไม่สนเรื่องนี้แล้ว นางกล่าวต่อ “จางเป่าเกินกลับมา แล้วผลักท่านแม่ไปหนึ่งหน ตอนนี้ท่านแม่ขยับตัวไม่ได้แล้ว พวกเขาไม่ยอมตามหมอให้ท่านแม่…..”
พูดไปจางซานหยาก็น้ำตาไหล
นางร้อนใจมากจริง ๆ นางเป็นเพียงดรุณีน้อยอายุเท่านี้ เวลานี้ไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร รู้เพียงว่าพ่อของตัวเองนั้นหวังพึ่งไม่ได้ ได้แต่หวังพึ่งพวกพี่สาว
จางซิ่วเอ๋อได้ฟังแล้วสีหน้ามืดครึ้มลง ทำแบบนี้ได้อย่างไรกัน!
นางรีบร้อนวิ่งออกไปข้างนอกเพื่อตามหมอมาให้แม่โจว
จางชุนเถาคว้าตัวจางซิ่วเอ๋อไว้
จางซิ่วเอ๋