ื่นกับนาง แต่เป็นเพราะข้าติดหนี้นางอยู่ หากไม่ใช่เพราะข้า นางก็จะคงเลือกสามีที่ดีได้และใช้ชีวิตเหมือนคนปกติ ไม่ต้องมามีชีวิตที่ลำบากลำบนเช่นนี้”
พอคิดถึงเรื่องที่หญิงสาวบอบบางอย่างจางซิ่วเอ๋อต้องหลบไปอยู่ในบ้านผีสิงเพื่อหนีจากคำพูดนินทาว่าร้ายของผู้อื่น มิหนำซ้ำยังต้องดูแลเลี้ยงดูน้องสาวสองคนของตัวเองแล้ว เนี่ยหย่วนเฉียวก็ทรมานใจมาก
เนี่ยเฟิ่งหลินยิ้มจาง ๆ “ข้ารู้ ว่าเจ้าไม่ได้คิด ‘เป็นอื่น’ กับนาง”
พูดมาถึงตรงนี้ เนี่ยเฟิ่งหลินก็ตั้งใจย้ำคำว่า ‘เป็นอื่น’
เนี่ยหย่วนเฉียวรู้ดีว่าเนี่ยเฟิ่งหลินต้องการจะสื่อถึงสิ่งใด เขาขยับปากอยากจะอธิบาย แต่สุดท้ายก็รู้สึกว่าต่อให้ตัวเองพูดกับท่านอามากแค่ไหนก็อธิบายได้ไม่กระจ่างหรอก
เนี่ยเฟิ่งหลินเป็นคนที่ต่อกรด้วยได้ยากที่สุดในตระกูลเนี่ยแล้ว
เถี่ยเสวียนฟังไปฟังมาก็เริ่มเข้าใจอะไรขึ้นมาเหมือนกัน
เขาจึงแสดงความคิดเห็นของตัวเองทันที “คุณหนูรอง ท่านอย่าได้จับคู่มั่วซั่วนะขอรับ ใช่ว่าท่านจะไม่รู้ ว่าเจ้านายไม่ชอบคนที่ฮูหยินเนี่ยพามามากที่สุด”
เนี่ยเฟิ่งหลินยิ้มและมองเถี่ยเสวียน น้ำเสียงแฝงแววตักเตือน “เถี่ยเสวียน เจ้าอย่าคิดว่าข้าไม่รู้นะว่าเจ้าคิดอะไรอยู่ แต่ถ้าเจ้ากล้าแทรกแซงเรื่องนี้จนหย่วนเฉียวต้องเสียภรรยาไป…..ข้าไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่”
เถี่ยเสวียนหัวเราะแห้ง ๆ “จะทำแบบนั้นได้อย่างไรเล่า ไม่มีทางหรอกขอรับ”
เวลานี้ก็มีคนนำของเข้ามาให้แล้ว
เนี่ยเฟิ่งหลิ