เอ๋อจะไปหาลูกค้ารายต่อไป และหยุดส่งเครื่องเทศให้โรงเตี๊ยมของเขา
ถึงโรงเตี๊ยมไม่มีเครื่องเทศมันก็ยังเปิดต่อไปได้ แต่ทุกคนกินอาหารรสชาติแบบนี้จนชินไปแล้ว อยู่ ๆ จะให้เปลี่ยนกลับไปเป็นแบบเดิม เถ้าแก่เฉียนก็รู้สึกว่าอิ๋งเค่อจวีของตัวเองเสี่ยงต่อการล้มละลายมาก
ว่ากันว่าจากสมถะไปฟุ่มเฟือยนั้นง่าย แต่จากฟุ่มเฟือยมาสมถะนั้นยาก
เรื่องกินข้าวก็เช่นกัน กินอาหารรสโอชะไปแล้วให้กลับไปกินอาหารรสธรรมดาอีกต้องรู้สึกว่าไร้รสอย่างแน่นอน สู้ไม่เคยกินอาหารรสโอชะเลยยังจะดีกว่า
เถ้าแก่เฉียนเข้าใจหลักการนี้ดี
เถ้าแก่เฉียนจึงสั่งให้เด็กที่ร้านจัดอาหารจนเต็มโต๊ะ ในนั้นมีอาหารหลายจานที่จางซิ่วเอ๋อไม่เคยเห็นมาก่อน
จางซิ่วเอ๋ออดนับถือเถ้าแก่เฉียนไม่ได้ อาหารหลายจานในนี้พิเศษมาก
เมื่ออาหารถูกจัดไว้เรียบร้อยแล้ว คุณชายฉินก็มาถึง
จางซิ่วเอ๋อได้ยินเสียงพะเน้าพะนอของเถ้าแก่เฉียนจากในห้อง “คุณชายฉิน เชิญทางนี้เลยขอรับ”
จากนั้นประตูก็ถูกผลักออก คุณชายชุดสีม่วงหม่นเดินเข้ามาช้า ๆ
เขามีสีหน้าอ่อนโยน มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบาง ๆ ท่าทางสูงศักดิ์ร่ำรวย แต่ไม่ว่าจางซิ่วเอ๋อจะมองอย่างไรก็รู้สึกว่าคุณชายฉินเป็นคนคาดเดายาก และเต็มไปด้วยกลอุบาย
แต่ก็นะ ว่ากันว่าหากไร้เล่ห์เหลี่ยมก็มิใช่คนทำการค้า คุณชายฉินเป็นคนทำธุรกิจ…..จะเป็นคนอ่อนต่อโลกได้อย่างไรกัน?
ถ้าจะถามว่าจางซิ่วเอ๋อรู้ได้อย่างไรนั้นเป็นเรื่องง่ายมาก ถ้าคุณชายฉินไม่ใ