ช่พวกพ่อค้าวาณิช ก็คงไม่กระตือรือร้นอยากซื้อสูตรเครื่องเทศผสมของนางขนาดนั้น หากไม่ใช่เพราะคนทำการค้าจะมีสัญชาตญาณที่หลักแหลมถึงเพียงนี้ เขาจะรู้ได้อย่างไรว่าของพรรค์นี้สามารถสร้างเงินได้?
และในละแวกเมืองชิงสือนี้ไม่เคยได้ยินว่ามีคนแซ่ฉินปล่อยเช่าที่สำหรับทำนาทำไร่มาก่อน
คุณชายฉินรักษาความร่ำรวยเช่นนี้ไว้ได้มิใช่เพราะที่นา เช่นนั้นก็น่าจะเป็นคนประเภททำการค้าขาย
พริบตาที่คุณชายฉินเห็นจางซิ่วเอ๋อ เขาก็มองนางอย่างพิจารณาตั้งแต่หัวจรดเท้า
จางซิ่วเอ๋อลุกขึ้นยืน มองคุณชายฉินพลางเอ่ย “คุณชายฉิน”
คุณชายฉินคลี่ยิ้มมุมปาก “ก่อนหน้านี้ไม่เห็นเจ้าจะเกรงอกเกรงใจข้าเช่นนี้เลย”
ถ้าไม่ใช่เพราะจางซิ่วเอ๋อรู้สึกว่าคุณชายฉินช่วยตัวเองไว้ครั้งหนึ่ง ก็คงไม่เกรงอกเกรงใจคุณชายฉินขนาดนี้หรอก
จางซิ่วเอ๋อปริปาก “ข้าขอพูดตรง ๆ กับท่าน ว่าข้าเพียงแต่อยากขอบคุณท่านเจ้าค่ะ”
“ขอบคุณข้าเรื่องอะไร?” คุณชายฉินถามอย่างไม่คิดอะไร
จางซิ่วเอ๋อบอก “ขอบคุณท่านที่ช่วยข้าจากตระกูลเนี่ย”
“ไม่จำเป็น ข้าไม่ได้ทำอะไรเลย” คุณชายฉินกล่าว
จางซิ่วเอ๋อนึกว่าความหมายของคุณชายฉินคือนี่เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยเท่านั้น จึงบอกว่าตัวเองไม่ได้ทำอะไร เป็นอันว่าเข้าใจผิดไป
ในตอนที่ทั้งสองนั่งลงและเริ่มรับประทานอาหารกันแล้ว
จางซิ่วเอ๋อก็มองประเมินคุณชายฉินไม่หยุด นางกำลังรอ รอให้คุณชายฉินพูดเรื่องซื้อสูตรเครื่องเทศผสม ตอนนี้ไม่ว่าอย่างไรนางก็ไ