ามไม่ได้อยู่ดี
หลังจากทบทวนดูแล้ว จางซิ่วเอ๋อก็พยักหน้าพลางเอ่ยขึ้น “เช่นนั้นก็ได้ แต่ข้าต้องซื้อเตียงเพิ่มอีกสองหลัง”
เนี่ยหย่วนเฉียวกลับยิ้มแล้วบอก “ไม่ต้องหรอก”
จางซิ่วเอ๋อสงสัยนิดหน่อย “พวกเจ้ายังจะนอนบนโต๊ะนั้นอีกเหรอ? โต๊ะนั่นผุพังมากแล้ว นอนเพียงครั้งสองครั้งยังพอได้ แต่ถ้าเจ้าและเถี่ยเสวียนต้องนอนบนโต๊ะนั้นตลอด โต๊ะได้พังไม่เกินสองวันแน่”
“ข้าหมายความว่าข้าต่อเตียงได้น่ะ” เนี่ยหย่วนเฉียวพูดประโยคที่ทำให้จางซิ่วเอ๋ออึ้งมาก
จางซิ่วเอ๋อมองเนี่ยหย่วนเฉียว นึกในใจว่ามีอะไรที่เนี่ยหย่วนเฉียวทำไม่ได้บ้าง
เขาทำงานช่างไม้ได้ด้วยหรือนี่?
“ข้าใช้ให้เถี่ยเสวียนไปซื้ออุปกรณ์มาอย่างสองอย่าง แล้วเอาผ้าห่มมาก็เพียงพอแล้ว” ดูเหมือนเนี่ยหย่วนเฉียวจะไตร่ตรองทุกอย่างไว้หมดแล้ว
ไม่จำเป็นต้องให้จางซิ่วเอ๋อดูแลอะไร จางซิ่วเอ๋อก็ยินดี แต่นางยังคงกำชับอย่างไม่วางใจ “แต่เจ้าก็รู้ว่าฐานะข้าเป็นเช่นไร…..หน้าบ้านแม่ม่ายเรื่องแยะ เราต่างรู้ดีว่าไม่มีอะไรในกอไผ่ระหว่างกัน แต่คนอื่น ๆ อาจไม่รู้ ตอนที่พวกเจ้านำสิ่งของเข้ามา จงพยายามเลี่ยงผู้คนทั้งหลายด้วย”
จางซิ่วเอ๋อรู้สึกว่าตัวเองอยู่ในศีลธรรมไม่ต้องกลัวอะไร แต่หากหลีกเลี่ยงปัญหายุ่งยากที่ไม่จำเป็นได้ก็ใช่ว่าจะไม่ดี
คนตระกูลเนี่ยกำลังเพ่งเล็งนางอยู่ ใครจะรู้ว่าพวกนั้นจะมาหาเรื่องนางที่นี่เพราะเรื่องนี้หรือเปล่า
เนี่ยหย่วนเฉียวพยักหน้า “อืม”
คำตอบของเนี่ย