่ยหย่วนเฉียวแล้วจึงพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงตึงเครียดเล็กน้อย “เจ้าจะไปไหนเหรอ? เราร่วมทางไปด้วยกันดีไหม?”
พูดจบจางซิ่วเอ๋อก็มองเนี่ยหย่วนเฉียวอย่างมีความหวัง
แม้ว่าคนที่เดินออกมาคือเนี่ยหย่วนเฉียว แต่จางซิ่วเอ๋อรู้สึกตลอดว่าอาจมีภยันตรายอย่างอื่นซ่อนอยู่ในเงามืด เพราะฉะนั้นเวลานี้จางซิ่วเอ๋อจึงไม่กล้าเดินทางคนเดียว
เป็นเพราะวันนี้นางถูกพาตัวไปที่ตระกูลเนี่ย แม้จะดูนิ่งสงบเยือกเย็น ทว่าที่จริงก็ได้รับความหวาดหวั่นมาเหมือนกัน นาทีจึงหวาดกลัวขึ้นมาเป็นธรรมดา
เนี่ยหย่วนเฉียวเอ่ยยิ้ม ๆ “ข้ากำลังจะไปล่าสัตว์ที่หมู่บ้านชิงสือพอดีเลย เช่นนั้นร่วมทางกันไปก็ได้”
จางซิ่วเอ๋อดีใจมาก “เยี่ยมเลย หลังจากถึงบ้านข้าแล้วเจ้ามากินข้าวที่บ้านข้าก็ได้นะ”
เนี่ยหย่วนเฉียวกล่าวยิ้ม ๆ “เช่นนั้นก็ไปกันเถอะ”
จางซิ่วเอ๋อตื่นเต้นจึงเดินเร็วไปหน่อย บาดแผลนางจึงกำเริบขึ้นมาจนนางร้องโอ๊ยเบา ๆ
เนี่ยหย่วนเฉียวเห็นแบบนั้นแล้วนัยน์ตาหม่นหมองลงในบัดดล “เจ้าบาดเจ็บเหรอ? อาการหนักไหม?”
จางซิ่วเอ๋อรีบบอก “ไม่เป็นอะไรมากหรอก”
เห็นท่าทางดื้อรั้นของจางซิ่วเอ๋อแล้ว เนี่ยหย่วนเฉียวก็ก้าวฉับไปด้านหน้าอย่างรวดเร็วและนั่งยอง ๆ ลงด้านหน้าจางซิ่วเอ๋อ
จางซิ่วเอ๋อมองเนี่ยหย่วนเฉียวอย่างไม่เข้าใจ “นี่เจ้า?”
“ขึ้นมา” เสียงของเนี่ยหย่วนเฉียวทุ้มต่ำ
จางซิ่วเอ๋อกระแอมเบา ๆ “เจ้าคงไม่ได้คิดจะแบกข้าขึ้นหลังใช่ไหม?”
“ไม่ได้เหรอ?” เนี่ยหย่วนเฉียว