อพยักหน้าพลางเอ่ย “ข้าเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ”
ทีแรกนางเข้าใจเนี่ยหย่วนเฉียวผิดจริง ๆ ตอนนี้ดูท่านางแค่โดนร่างแหไปกับเนี่ยหย่วนเฉียวเท่านั้น
แต่สำหรับจางซิ่วเอ๋อแล้ว ไม่ว่าฮูหยินเนี่ยจะตั้งใจเป็นปฏิปักษ์กับนางด้วยจุดประสงค์ใด ผลลัพธ์ก็เหมือนกันหมด
“ขึ้นรถม้าฝั่งโน้นเถอะ” เนี่ยเฟิ่งหลินชี้รถม้าทางนั้นแล้วเอ่ย
จางซิ่วเอ๋อครุ่นคิดก่อนจะกล่าวขึ้น “ไม่ต้องหรอกเจ้าค่ะ เมื่อครู่ก็รบกวนท่านมามากแล้ว ข้ากลับไปเองได้”
แม้เนี่ยเฟิ่งหลินเป็นคนไม่เลว แล้วยังช่วยนางไว้ด้วย แต่จางซิ่วเอ๋อไม่อยากข้องแวะกับคนตระกูลเนี่ยแล้วจริง ๆ
เนี่ยเฟิ่งหลินเห็นว่าจางซิ่วเอ๋อยืนยันหนักแน่น จึงไม่ฝืน
จางซิ่วเอ๋อเดินกลับไปทีละก้าว
ต่อให้ยังเจ็บอยู่บ้าง แต่จางซิ่วเอ๋อก็รู้ว่าตอนนี้ตัวเองแค่บาดเจ็บนิดหน่อยเท่านั้น ไม่ได้เป็นอะไรมาก กลับไปรักษาตัวหน่อยเดี๋ยวก็หาย
แม้จะอัปยศไปหน่อย แต่ก็ดีกว่าผลลัพธ์ที่นางคิดไว้ไม่รู้กี่เท่า ซึ่งนางยังรับได้อยู่
ส่วนเนี่ยเฟิ่งหลินขึ้นรถม้าอีกคันหนึ่งไป รถม้าคันนี้เป็นคันที่นางนั่งตอนขามา มันไม่ได้เข้าไปในตระกูลเนี่ยแต่อย่างใดและจอดรออยู่ไม่ไกล
ทันทีที่นางเข้ามาในรถม้า ก็เห็นเนี่ยหย่วนเฉียวที่รออย่างร้อนใจอยู่ในนั้น
“เป็นอย่างไรบ้างขอรับ?” เนี่ยหย่วนเฉียวจับแขนเนี่ยเฟิ่งหลินอย่างเป็นกังวล
เนี่ยเฟิ่งหลินขยับตัวนิดหน่อย “หย่วนเฉียว เจ้ามีนิสัยใจร้อนเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?”
เนี่ยหย่วนเฉียวทำใจ