างอวี่หมินจ้องจางซิ่วเอ๋ออย่างเกรี้ยวกราด
จางซิ่วเอ๋อชี้ทางข้างหน้า “ท่านอาเล็ก ถ้าไม่มีอะไรก็รีบถอยไปเถอะ ถ้าอีกเดี๋ยวท่านโดนรถชนขึ้นมาจะตกลงกันยากนะ”
ตวนอู่เห็นอะไรมามาก ย่อมดูออกว่าจางอวี่หมินมีแผนอะไรในใจ
เขาแค่นเสียง “ถ้าเจ้าชนรถม้าบ้านข้าพัง ต่อให้เอาเจ้าไปขายก็ไม่พอใช้หรอกนะ!”
จางซิ่วเอ๋อหลุดขำพรืด ตวนอู่นี่….ปฏิบัติแบบนี้กับทุกคนจริง ๆ
จางอวี่หมินเม้มปาก “แต่ไม่ว่าอย่างไรคุณชายฉินก็เป็นคนนอก อยู่กับเจ้าตามลำพังคงไม่ดีนัก ข้าไปรับรองคุณชายฉินกับเจ้าด้วยดีกว่า”
“ท่านอาเล็ก ท่านไม่กลัวบ้านผีสิงของข้าแล้วเหรอ?” จางซิ่วเอ๋อเลิกคิ้วถาม
จางอวี่หมินนึกไปถึงความทรงจำไม่ดีเหล่านั้น สีหน้าซีดลง “ข้า….”
จางอวี่หมินมองคุณชายฉินผู้หล่อเหลารัศมีเปล่งปลั่ง สุดท้ายก็กัดฟันแน่นพลางเอ่ย “เพื่อชื่อเสียงของเจ้า ข้าไม่กลัวหรอก”
จางซิ่วเอ๋อมองจางอวี่หมินอย่างนึกขำ ดูออกว่าเพื่อคุณชายฉินแล้วจางอวี่หมินสู้ตาย
จางซิ่วเอ๋อทอดสายตาไปที่คุณชายฉิน และถามคุณชายฉินที่กำลังนั่งดูอย่างเพลิดเพลิน “คุณชายฉิน ไม่ทราบว่าท่านจะรังเกียจไหมเจ้าคะถ้าให้ท่านอาเล็กข้าไปกินข้าวด้วย”
เฮอะ คุณชายฉินโบ้ยเก่งไม่ใช่เหรอ? งั้นนางก็จะเตะบอลลูกนี้กลับไปให้!
คุณชายฉินมองจางอวี่หมิน ขมวดคิ้วอย่างอดไม่ได้
เขาเคยเจอแม่นางผู้นี้มาก่อน ทั้งตัวมีแต่กลิ่นแป้งราคาถูก นั่งกับคนแบบนี้เขาจะกินข้าวลงได้อย่างไรกัน!
คิดได้แบบนี้คุณชายฉินหัน