ไปมองจางซิ่วเอ๋อ
จางซิ่วเอ๋อรูปร่างผอมแห้ง ถึงแม้จะงามสู้จางอวี่หมินไม่ได้ แต่ให้ความรู้สึกสดชื่นแจ่มใส
ประหนึ่งสายน้ำเล็ก ๆ ที่ไหลผ่านหุบเขา นอกจากจะไม่น่าอึดอัดแล้วกลับให้ความรู้สึกเย็นสบายในฤดูร้อนอีกด้วย นี่เป็นหนึ่งเหตุผลที่เขายอมเข้าใกล้จางซิ่วเอ๋อ
เทียบกันแล้วเห็นผลทันที
ไม่สิ บางทีไม่จำเป็นต้องเทียบด้วยซ้ำ
เขาแค่อยากกินข้าวสักมื้อที่บ้านจางซิ่วเอ๋อ เกี่ยวอะไรกับอาเล็กของจางซิ่วเอ๋อ
คุณชายฉินเอ่ยเรียบ ๆ “ข้าชอบความเงียบ”
ตวนอู่เสริม “เจ้าคิดว่าหมาแมวที่ไหนก็ร่วมโต๊ะกินข้าวกับคุณชายข้าได้เหรอ?”
ตอนนี้จางซิ่วเอ๋อแทบอยากปรบมือให้ตวนอู่ เขานิยามจางอวี่หมินได้เด็ดดวงเสียจริง
จางอวี่หมินมองตวนอู่อย่างแค้นใจ สมควรตายจริง ๆ เป็นแค่คนรับใช้ต่ำต้อยบังอาจพูดจาแบบนี้กับนาง วันหน้าหากนางได้ผงาดแล้วจะไม่ปล่อยเจ้าคนรับใช้เดนตายนี่ไว้แน่
“ทำไมเหรอ? ท่านอาเล็ก ท่านไม่เข้าใจที่คุณชายฉินพูดเหรอ? ถ้าเข้าใจรบกวนหลีกให้ด้วย” จางซิ่วเอ๋อยิ้มแป้น
จางอวี่หมินโมโหจนแทบอยากจะฉีกรอยยิ้มนั่นให้ขาดรุ่ยไปเสีย
แต่เวลานี้ต่อให้นางจะหน้าด้านขนาดไหนก็ไม่อาจยืนมาดมั่นอยู่ตรงนี้ได้อีกต่อไป ได้แต่หันหลังหลีกทางให้อย่างขุ่นเคือง
พอมาถึงใกล้ ๆ บ้านผีสิง ตวนอู่ก็ขนวัตถุดิบที่ตั้งไว้นอกห้องของรถม้าลงมา
แต่น่าเสียดายที่ทางเข้าบ้านผีสิงแคบเกินไป รถม้าไม่อาจเคลื่อนเข้าไปได้ ตวนอู่จึงต้องผูกม้าไว้กับต้นไม้ต้นหนึ่ง
จางซิ