็กติดตามชุดเขียวข้างกายเขา
ใบหน้าคุณชายฉินเต็มไปด้วยรอยยิ้ม รอยยิ้มนั่นดูอย่างไรก็ทำให้จางซิ่วเอ๋อรู้สึกว่าคุณชายฉินเป็นหมาป่าหางใหญ่แล้ว
เห็นคุณชายฉินเดินเข้ามาทีละก้าว จางซิ่วเอ๋อก็รีบถอยหลังไปหลายก้าว
จางซิ่วเอ๋อไม่อยากแพ้ที่มาด แต่ช่วยไม่ได้ที่คุณชายฉินรัศมีรุนแรงเหลือเกิน
จางซิ่วเอ๋อรีบเอ่ยขึ้น “ถ้าท่านมีเรื่องอะไร ก็ยืนพูดอยู่ตรงนั้นแหละ!”
คุณชายฉินคลี่ยิ้ม “แม่นางเถาฮวา ไม่เจอกันนานเลยนะ”
จางซิ่วเอ๋อได้ยินว่าตัวเองถูกเรียกว่าแม่นางเถาฮวา มุมปากกระตุกอย่างอดไม่ได้ “ข้าชื่อจางซิ่วเอ๋อ!”
คุณชายฉินทำท่าเหมือนไม่ได้ยินที่จางซิ่วเอ๋อพูด เขาเอ่ยขึ้นยิ้ม ๆ “ไม่เจอกันนานเลยนะ เจ้าไม่ชวนข้าไปเยี่ยมเยียนที่บ้านเจ้าหน่อยหรือ?”
จางซิ่วเอ๋อได้ยินแล้วรู้สึกเสียวสันหลังอย่างอดไม่ได้ “ที่บ้านข้ากินแต่อาหารจืดชืดเรียบง่าย ไม่กล้าอาจหาญไปเชิญคุณชายสูงศักดิ์อย่างท่านมาเป็นแขกหรอกเจ้าค่ะ”
คุณชายฉินโบกพัดในมือตัวเองเบา ๆ พูดด้วยท่าทางสง่างาม “อาหารจืดชืดเรียบง่ายก็อร่อยไปอีกแบบ”
จางซิ่วเอ๋อคิดอย่างเคียดแค้นในใจ เคยเจอคนหน้าด้านมาเหมือนกัน แต่ไม่เคยเจอที่หน้าด้านขนาดนี้เลย!
“คนสูงศักดิ์อย่างคุณชายฉินอย่าไปที่ชนบทของเราเลยเจ้าค่ะ” จางซิ่วเอ๋อพูดต่อ
คุณชายฉินกล่าวยิ้ม ๆ “ไม่เป็นไร ถ้าเจ้าอายจริง ๆ กับการเลี้ยงข้าวข้าด้วยอาหารจืดชืดเรียบง่าย ข้าเตรียมวัตถุดิบไปเองย่อมได้ ถึงตอนนั้นเจ้าแค่ปรุงอาหารให้