ข้าก็พอ”
จางซิ่วเอ๋อชักจะทนไม่ไหวแล้ว
“คุณชายฉิน! ข้าบอกแล้ว! ว่าบ้านของข้าเป็นวิหารหลังเล็ก! บูชาเทพเจ้าองค์ใหญ่อย่างท่านไม่ไหวหรอกเจ้าค่ะ!” จางซิ่วเอ๋อกัดฟันแน่นตอนกล่าวซ้ำ นางเองก็ถึงขีดจำกัดความอดทนแล้วเช่นกัน
คุณชายฉินยิ้มกว้างขึ้น “โบราณว่าไว้ ธุรกิจล่มสัมพันธ์ยังอยู่ หากเจ้าล่วงเกินข้า คงไม่เป็นผลดีหรอกนะ”
จางซิ่วเอ๋ออัดอั้นตันใจ คุณชายฉินกำลังเตือนนางอยู่! ว่าอย่าล่วงเกินเขา!
ตอนนี้นางไม่มีต้นทุนในการตั้งตัวเป็นปรปักษ์กับคุณชายฉินเลย
ถ้าคุณชายฉินโมโหขึ้นมาจริง ๆ คนต่ำต้อยเช่นนางต่อให้ตายก็ไม่มีใครเรียกร้องความยุติธรรมให้หรอก
คิดได้ดังนั้น จางซิ่วเอ๋อก็แสร้งฉีกยิ้ม “ในเมื่อคุณชายฉินอยากไปกินข้าวที่บ้านข้าขนาดนี้ เช่นนั้นข้าก็จะทำตามที่ท่านต้องการดีกว่ามัวแต่คอยเกรงใจเจ้าค่ะ”
คุณชายฉินยิ้มและหันไปสั่งเด็กติดตามชุดเขียว “ตวนอู่ ไปซื้อวัตถุดิบ”
จางซิ่วเอ๋อมองเด็กติดตามชุดเขียวและยิ้มพลางถาม “เจ้าชื่อตวนอู่เหรอ ข้านึกว่าเจ้าจะชื่อหยวนเป่าหรือจินจื่อซะอีก” (หยวนเป่า จินจื่อ แปลว่า ทอง)
ตวนอู่หน้าเสีย ถลึงตาใส่จางซิ่วเอ๋อ
ก่อนหน้านี้เขามีชื่อทำนองนั้นแหละ แต่คุณชายเปลี่ยนชื่อให้เขาไปหลายชื่อแล้ว
ใช่แล้ว คุณชายมีงานอดิเรกอย่างหนึ่ง ก็คือชอบเปลี่ยนชื่อให้เขา
ถ้าเขาทำให้คุณชายไม่พอใจ คุณชายก็จะเปลี่ยนชื่อให้เขา ตวนอู่ที่เปลี่ยนให้รอบนี้ถือว่าเพราะแล้ว
ตวนอู่รับคำ “ขอรับ”
ตวนอู่ก้าวเท