นางไปในทางที่ดี
ดั่งคำที่ว่าศัตรูของศัตรูก็คือมิตร
แม่เฒ่าหลิวขึ้นชื่อเรื่องปากจัด นางมองจางซิ่วเอ๋ออย่างพิจารณาพลางกล่าว “ได้ข่าวว่าเจ้าเอาตัวสวี่อวิ๋นซานของแม่หลินไปซ่อนไว้รึ?”
รอยยิ้มบนใบหน้าจางซิ่วเอ๋อแข็งค้างไป แม่เฒ่าหลิวเถรตรงเกินไปหรือเปล่า?
จางซิ่วเอ๋อไม่พอใจแต่ก็อดทนไว้ นางเอ่ยขึ้น “ท่านอย่าไปฟังที่ใครเขาพูดกันเลย ข้ามีปัญญาขนาดนั้นที่ไหนกันเจ้าคะ! ใครจะไปรู้ว่าในตระกูลสวี่เกิดอะไรขึ้นสวี่อวิ๋นซานถึงออกจากบ้านไป แล้วทำให้แม่หลินโยนขี้มาที่ข้า”
กู๋อวี่ได้ฟังแล้วจึงพูดอย่างดูแคลน “ก็ใช่น่ะสิ นางเป็นแม่ยังจัดการลูกตัวเองไม่ได้ ตอนนี้มีหน้าอะไรจะมาโยนความผิดให้ซิ่วเอ๋อ?”
ถึงแม้แม่เฒ่าหลิวจะปากจัด แต่ยังดีที่ไม่เอาแต่พูดเรื่องนี้
หลังเงียบกันไปครู่หนึ่ง แม่เฒ่าหลิวก็พูดอีกเรื่องหนึ่งขึ้นมา ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับหวังกลากเกลื้อน
“ใช่แล้ว ตอนเจอพวกหวังกลากเกลื้อน พวกเขาถูกแขวนไว้บนต้นไม้ข้างสุสาน ที่คอมีบาดแผลเล็ก ๆ หลายแผล ว่ากันว่าโดนผีดูดเลือดไป” กู๋อวี่เอ่ยสมทบ
แม่เฒ่าหลิวสบถ “สมน้ำหน้า! ตอนนั้นที่หวังกลากเกลื้อนกลับมา มันก็ตีหมาบ้านข้าแล้วเอาเนื้อไปกิน! ครั้งนี้แหละกรรมตามสนองมันแล้ว!”
ต่อให้พลังรบแม่เฒ่าหลิวรุนแรงขนาดไหน นางก็ไม่กล้าแหยมกับพวกหวังกลากเกลื้อน
เพราะคนพวกนี้ไม่มัวทะเลาะกับแม่เฒ่าหลิวหรอก มีแต่จะลอบทำร้ายกันเท่านั้น
ต่อให้สุนัขเฝ้าบ้านของตัวเองโดนจับไปเชือดกิน