ยชุดเทากลับเดินไปทางห้องครัว
ประตูห้องครัวเปิดอยู่ จางซิ่วเอ๋อกำลังก่อไฟอย่างช่ำชอง
ก่อนนอนพวกเขาเพิ่งกินอาหารมื้อโอชะไป ตอนนี้เหลือเนื้อตุ๋นน้ำแดงอยู่ครึ่งถ้วยใหญ่ แล้วยังพริกหยวกผัดเนื้ออีกจาน
จางซิ่วเอ๋อกลัวไม่พอกินจึงนึ่งไข่ตุ๋นด้วย นางวางรวมไว้กับพวกหมั่นโถวบนผืนผ้า ส่วนใต้ผืนผ้าคือข้าวฟ่าง นางว่าจะต้มข้าวต้มด้วย
ของกินมีไม่มากก็จริง แต่กลางคืนดึกดื่นแบบนี้ไม่สะดวกทำกับข้าวจริง ๆ
ชายชุดเทายืนอยู่หน้าประตูห้องครัว มองจางซิ่วเอ๋ออย่างพิจารณา
นางมีรูปร่างผอมแห้ง เส้นผมแห้งกรังดั่งฟางข้าว เนื้อตัวดูไร้ซึ่งเนื้อหนัง แต่ร่างกายเล็ก ๆ แค่นี้กลับทำให้เขารู้สึกถึงพลังชีวิตอันเปี่ยมล้น
มันเป็นพลังชีวิตของต้นหญ้าที่คิดจะทะลวงหินหยาบเพื่อเติบโต
แสงจากเตาไฟสะท้อนอยู่บนใบหน้าจางซิ่วเอ๋อ ชายชุดเทาพลันตกอยู่ในภวังค์นึกไปถึงเมื่อหลายปีก่อนสมัยตัวเองยังเด็กมาก แม่ของเขาเองก็หยอดฟืนใส่เตาแบบนี้เพื่อทำอาหารให้เขากิน
ต่อให้เป็นแค่ข้าวต้มผักป่า ทว่าอร่อยกว่าอาหารดี ๆ ที่เขาได้กินหลังจากนั้นมาก
จางซิ่วเอ๋อก่อไฟได้แล้วจึงลุกขึ้นยืน
นางหันไปก็เห็นชายชุดเทายืนอยู่หน้าประตูกำลังจ้องมองนางอยู่
จางซิ่วเอ๋อส่งรอยยิ้มเจิดจ้าให้ เดินเข้าไปหาพลางกล่าว “เสร็จแล้ว ข้าใส่ฟืนเข้าไปเพิ่มจะได้อุ่นข้าวได้ เราไปรอในห้องนู้นเถอะ”
ชายชุดเทาเลิกมุมปากขึ้นเล็กน้อย
จางซิ่วเอ๋อยกแขนเสื้อเช็ดเม็ดเหงื่อที่ขมับตัวเอง
ชายชุดเท