ากลับหยิบผ้าผืนหนึ่งจากอกเสื้อตัวเองยื่นให้
จางซิ่วเอ๋อลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะรับผ้านั้นมาจากมือชายชุดเทาและเช็ดเหงื่อตัวเอง
ตอนจะคืนจางซิ่วเอ๋อก็รู้สึกกระอักกระอ่วนนิดหน่อย
ของติดตัวแบบนี้ตัวเองใช้ไปแล้วจะคืนได้อย่างไร? แต่ถ้าไม่คืน จะให้เก็บผ้าเช็ดหน้าของผู้ชายไว้มันใช่ที่ไหน?
ชายชุดเทากลับหยิบผ้าเช็ดหน้าจากมือของจางซิ่วเอ๋อมา
จางซิ่วเอ๋อหัวเราะแห้ง ๆ และเอ่ยถาม “จริงสิ ข้ายังไม่ได้ถามเลยว่าเจ้าชื่ออะไร”
ที่ก่อนหน้านี้จางซิ่วเอ๋อไม่ถามเพราะไม่อยากชักปัญหาเข้าตัว จึงไม่คิดจะสมาคมอะไรกับชายชุดเทา
แต่ชายชุดเทาคอยช่วยนางครั้งแล้วครั้งเล่า ท่าทางที่นางมีต่อชายชุดเทาก็เปลี่ยนไป
ชายชุดเทาชะงัก สุดท้ายจึงเอ่ยขึ้น “หนิงอัน”
“หนิงอัน….คุณชายหนิง ข้าชื่อจางซิ่วเอ๋อ” จางซิ่วเอ๋อยิ้มพลางแนะนำตัว
ชายชุดเทาพยักหน้า “ข้ารู้”
จางซิ่วเอ๋อตะลึง “เจ้ารู้เหรอ”
“รู้” ชายชุดเทาตอบสั้นกระชับได้ใจความ
จางซิ่วเอ๋อชะงัก ก่อนจะหัวเราะ “เจ้าได้ยินจากจางเป่าเกินที่ตลาดตอนนั้นใช่ไหม?”
ชายชุดเทาไม่ตอบอะไร ไม่ได้ยอมรับและไม่ได้ปฏิเสธ
เมื่อเข้ามาถึงในห้อง เถี่ยเสวียนก็ฉีกกระชากเศษผ้าขาวบนตัวออกและมัดผมขึ้นเป็นที่เรียบร้อย
จางซิ่วเอ๋อเห็นท่าทางคุ้นเคยของเถี่ยเสวียนแล้วร้องเสียงหลง “เจ้าเองหรือ!”
เถี่ยเสวียนแค่นเสียง “เพิ่งจำได้รึ?”
เวลานี้จางซิ่วเอ๋อไม่รู้จะพูดอะไรดี ตอนนั้นที่เถี่ยเสวียนเอาแต่จ้องนาง นางหงุดหงิด