ินใส่หน้าต่างบ้านนางอีกแล้ว
ครั้งนี้จางซิ่วเอ๋อจะทำเมินไม่ได้อีก
จางซิ่วเอ๋อคิดไปคิดมา มองจางชุนเถาที่หลับอยู่บนเตียงและลุกขึ้นเดินออกไปข้างนอก
ถ้าเป็นเมื่อก่อนจางซิ่วเอ๋อไม่กล้าเดินออกไปข้างนอกหรอก แต่ตอนนี้ที่บ้านมีรั้วกำแพงกั้นแล้ว จางซิ่วเอ๋อจึงใจกล้ามากกว่าเดิม
เมื่อจางซิ่วเอ๋อมาถึงในลานบ้าน นางกลับไม่เจอใคร
จางซิ่วเอ๋อเก็บหินสองก้อนที่หน้าต่างมาดู เห็นได้ชัดว่ามีคนตั้งใจโยนเข้ามา
จางซิ่วเอ๋อกดเสียงต่ำ “ใคร?”
ระหว่างที่พูดอยู่ จางซิ่วเอ๋อเห็นต้นหวายฉู่ในสวนไหววูบ จากนั้นเงาของคน ๆ หนึ่งก็กระโดดลงมาจากต้นไม้
จางซิ่วเอ๋อเห็นแล้วตกใจมาก
แต่ไม่นานนักจางซิ่วเอ๋อก็โล่งอก ภายใต้แสงจันทร์ นางเห็นชัดแล้วว่าคนตรงหน้าคือใคร ชายชุดเทาที่นางเคยช่วยไว้อย่างไรล่ะ
จางซิ่วเอ๋อมองคนผู้นั้น “เจ้ามาบ้านข้าทำไม?”
ชายชุดเทาอ้าปากกำลังจะพูดอะไร
ก็ได้ยินจางซิ่วเอ๋อพูดด้วยสีหน้ารำคาญใจ “เจ้าช่วยข้าไว้ครั้งหนึ่งก็จริง แต่ข้าช่วยชีวิตเจ้าไว้ ข้าว่าเราสองคนน่าจะหายกันแล้วนะ! เจ้ามาบ้านข้าทำไม? กลางค่ำกลางคืนเจ้ามาอยู่บ้านแม่ม่ายแบบนี้ไม่เหมาะสมเท่าไหร่ว่าไหม?”
ชายชุดเทาขมวดคิ้วพลางเอ่ย “ถ้าข้าคิดร้ายกับเจ้าจริง ๆ พังประตูเข้ามาเลยไม่ดีกว่าหรือ? ไม่ใช้วิธีแบบนี้มาเตือนเจ้าหรอก”
ที่ก่อนหน้านี้ไม่ได้เคาะประตูเอาเพราะชายชุดเทาคิดว่าจางซิ่วเอ๋อคงไม่อยากให้น้องสาวรู้
จึงซ่อนตัวอยู่บนต้นไม้และโยนหินใส่หน้าต่าง