ม่ว่าหลีฮวาจะพูดอะไร จางอวี่หมินก็ไม่ยอมตกลงเด็ดขาด
หลีฮวาเห็นว่าตัวเองเกลี้ยกล่อมจางอวี่หมินไม่สำเร็จจึงถอดใจ
จนถึงบัดนี้นางยังจำเงาดำ ๆ ที่นางเห็นวันนั้นได้ดี!
จางซิ่วเอ๋อไม่รู้หรอกว่ามีคนดักรออยู่ข้างนอก
ตอนนี้จางซิ่วเอ๋อกำลังเหน็ดเหนื่อยกับการปรนนิบัติคุณชายฉิน!
นึกว่ากินข้าวเสร็จคุณชายฉินจะยอมไป แต่ตอนนี้ดูแล้วคุณชายฉินไม่คิดจะไปไหนเลยสักนิด!
ในสายตาจางซิ่วเอ๋อ คุณชายฉินก็คือหมาป่าคิดไม่ซื่อ
“คุณชายฉิน ท่านดูสิว่าฟ้าเริ่มมืดแล้ว” จางซิ่วเอ๋อชี้ท้องฟ้า ความหมายก็คือทำไมเขายังไม่ไสหัวไปอีก!
แต่คุณชายฉินทำท่าเหมือนฟังนัยยะของจางซิ่วเอ๋อไม่ออก เขายิ้มขึ้นพร้อมเอ่ย “บ้านเจ้าไม่กินมื้อค่ำกันเหรอ?”
ตอนที่คุณชายฉินมานั้นเป็นเวลาเที่ยง
ตอนนี้ค่ำแล้ว!
แต่ทุกคนกินข้าวเที่ยงกันแล้วจึงไม่ค่อยหิว แน่นอนว่าถ้าเป็นปกติจางซิ่วเอ๋อต้องกินมื้อค่ำแน่ แต่วันนี้เหรอ?
จางซิ่วเอ๋อถอนหายใจ “ท่านก็เห็นสภาพบ้านข้าแล้ว อย่าเอาแต่มองว่าบ้านของข้าดูใช้ได้เลย แต่นี่เป็นบ้านผีสิงเลื่องชื่อ ไม่มีใครอาศัยอยู่สักคน ข้าถึงได้มีที่ให้พักพิง!”
“แต่ถึงแม้ข้าจะมีที่พักพิง! ก็ไม่มีเสบียงเพียงพอที่จะกินหรอก…..”
“ข้าไม่กลัวท่านหัวเราะเยาะ ขอพูดความจริงกับท่านเลยแล้วกัน อาหารมื้อที่ท่านกินที่บ้านข้า เล่นเอาข้าต้องทนอดไปอีกสองวัน!” จางซิ่วเอ๋อพูดต่อ
นางไม่เชื่อว่าคุณชายฉินได้ยินแบบนี้แล้วจะยังหน้าด้านอยู่ที่นี่ได้ต่อ
คุณ