เจ้าคะ?”
จางอวี่หมินเหลือบมองทางรถม้า นางไม่ได้โง่ รู้ว่าคนที่เดินอยู่ที่พื้นไม่ใช่เจ้านาย นางคิดอยู่ในใจว่าหรือตัวเองเป็นที่ต้องใจของเจ้าของรถม้า ถึงได้ส่งคนมาสืบ?
ชายวัยกลางคนผู้นี้ยังดูมั่งคั่งขนาดนี้ แล้วเจ้าของรถม้าจะขนาดไหน?
จางอวี่หมินอดคิดมากไม่ได้ นางรู้สึกว่าชายวัยกลางคนเองก็มีสง่าราศีไม่ธรรมดา จึงนึกในใจว่าบางทีชายวัยกลายคนผู้นี้ก็คือเจ้านาย เขามาเองแบบนี้เพื่อหยั่งเชิงตัวเอง
สรุปคือ จางอวี่หมินในตอนนี้รู้สึกล่องลอยเพราะการเข้าใกล้ของชายวัยกลางคน มีความคิดมากมายโผล่เข้ามาในใจ
จางอวี่หมินไหนเลยจะรู้ว่าที่ชายวัยกลางคนผู้นี้เข้ามาถามนางแค่เพราะดูถามได้สะดวกเท่านั้น
ชายวัยกลางคนคลี่กระดาษในมือ เป็นภาพวาดของคนผู้หนึ่ง ก่อนที่ชายวัยกลางคนจะเอ่ยยิ้ม ๆ “ข้าอยากจะถามหาคนผู้หนึ่ง ไม่ทราบว่าเจ้ารู้จักคนในภาพนี้หรือไม่?”
จางอวี่หมินพูดเขิน ๆ “เดี๋ยวข้าช่วยดูเจ้าค่ะ”
พูดเสร็จจางอวี่หมินก็มองไป รอจนจางอวี่หมินได้เห็นว่าคนในภาพคือใคร สีหน้านางก็ย่ำแย่ลงทันที
นี่มัน……….นี่มัน…………
นางขยี้ตาตัวเอง แทบไม่อยากเชื่อกับคนในภาพ
นี่มันจางซิ่วเอ๋อนี่!
ใช่แล้ว คนในภาพก็คือจางซิ่วเอ๋อนั่นเอง!
รูปร่างผอมแห้งรวมถึงใบหน้าเป็นสีเหลือง ผมแห้งกรังดั่งหญ้าแห้งนั่น ทุกลักษณะที่เห็นบ่งบอกว่าคนในภาพคือจางซิ่วเอ๋อ
จางอวี่หมินหน้าตาเขียวคล้ำ กัดฟันแน่น
นางคิดไม่ถึงเลยว่าขบวนรถม้าที่ดูไม่รวยก็ทรงอำนาจนี่จะมาหา