ับไปคงย่างมันหมูก่อน
ในยุคโบราณ ไขมันสัตว์ที่กินได้บ่อยที่สุดก็คือมันหมู
ถ้าอยากได้มันหมูก็ต้องเอาเนื้อติดมันมาผัด ไม่ก็นำมันหมูดิบที่อมน้ำมันมากไปต้ม แล้วย่างเอามันออกมา
เศษมันที่กินกันบ่อย ๆ ก็ได้มาแบบนี้แหละ
จางซิ่วเอ๋อใช้ความคิด และตัดสินใจว่าคืนนี้จะทำเกี๊ยวกิน
เป็นเกี๊ยวไส้เศษมันกับเนื้อหมู ทำทั้งสองอย่างไปเลยอย่างละน้อย ถึงตอนนั้นอยากกินอันไหนก็เลือกกินอันนั้น ถ้ากินไม่หมดวันรุ่งขึ้นค่อยเอาเกี๊ยวไปทอดก็ยังได้ คิดแล้วจางซิ่วเอ๋อก็ตัดสินใจ
เรื่องของจางเป่าเกินเป็นเหตุให้แต่ละคนได้รับผลกระทบทางอารมณ์ ทุกคนจึงหมดความรู้สึกอยากเดินเล่นต่อ
หลังจากสอบถามจ้าวเอ้อร์หลางแล้วและพบว่าจ้าวเอ้อร์หลางก็อยากไปซื้ออาหารเหมือนกัน จางซิ่วเอ๋อและจ้าวเอ้อร์หลางจึงไปที่ร้านขายอาหาร
จางซิ่วเอ๋อมือเติบสุด ๆ นางซื้อทั้งแป้งหมี่ขาวและข้าวฟ่าง
ช่วงนี้ทุกคนกินแต่ข้าวต้มแป้งข้าวโพดหนืด ๆ ทุกเช้าจนจางซิ่วเอ๋อรู้สึกเลี่ยน จึงตัดสินใจเปลี่ยนไปกินข้าวต้มจากข้าวฟ่าง
ข้าวฟ่างแพงกว่าแป้งข้าวโพดเยอะ ชาวบ้านทั่วไปไม่มีใครซื้อหรอก
แต่จางซิ่วเอ๋อมีแหล่งรายได้อยู่ จึงไม่อยากให้ตัวเองต้องลำบากในเรื่องของการกิน
นอกเหนือจากนี้ จางซิ่วเอ๋อก็ซื้อข้าวขัดสีไปด้วยไม่น้อย
เทียบกันแล้ว ของที่จ้าวเอ้อร์หลางซื้อออกจะน้อยไปหน่อย และมีแต่ธัญพืช แต่จ้าวเอ้อร์หลางยังคงมีความสุข ตอนนี้พวกเขาสามารถกินอิ่มได้แล้ว เมื่อก่อนเขาไม่กล้าแ