หน่อย ไม่ใช่พวกสุดโต่ง ไม่อย่างนั้นนางคงไม่มีบุญพอจะใช้ร่างจริง ๆ
จางซิ่วเอ๋อยังไม่ไปสนใจเสียงก่นด่าของจางเป่าเกิน แต่มองจางชุนเถา รอให้จางชุนเถาอธิบายเรื่องนี้ให้ตัวเองฟัง
นางไม่สนจางเป่าเกินไม่ใช่เพราะกลัวจางเป่าเกิน แต่ตอนนี้ยังไม่รู้ว่าเรื่องมันเป็นมาอย่างไร ต่อให้ต้องไปทะเลาะกับจางเป่าเกินนางก็งง
อย่างไรก็ต้องรู้ที่มาที่ไปก่อน นางถึงจะเถียงจางเป่าเกินได้
จางชุนเถาพูดอย่างโมโห “พี่ใหญ่ ในที่สุดพี่ก็มา! พี่ไม่รู้หรอกว่าจางเป่าเกินน่าโมโหขนาดไหน”
พริบตาที่จางชุนเถาเห็นจางซิ่วเอ๋อ ก็ดูราวกับเจอที่พึ่ง
ก่อนหน้านี้ที่พวกนางพี่น้องโดนรังแกมา จางชุนเถาเป็นคนแบกรับไว้ แต่ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อใด จางชุนเถาพบว่าตัวเองเริ่มพึ่งพิงพี่สาว
โดยเฉพาะตอนที่ประจันหน้ากับจางเป่าเกิน จางชุนเถาไม่ใช่คู่มือของเขาเลย
ถ้าจางซิ่วเอ๋อยังนิสัยอ่อนแอเหมือนเมื่อก่อน พวกนางคงต้องโดนรังแกแน่ ๆ เวลานี้คงได้แต่ทนเท่านั้น
จางซิ่วเอ๋อมองจางชุนเถาและเอ่ยเสียงอ่อนโยน “ชุนเถา เจ้าค่อย ๆ เล่ามาเถอะว่าเกิดอะไรขึ้น?”
จางชุนเถาเอ่ยเสียงดัง “ใครจะไปรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ข้าเห็นร้านนี้ขายน้ำตาลปั้นรูปคนดูแปลกดี ก็เลยหยิบออกมา 12 เหรียญตั้งใจจะซื้อ 4 ไม้”
จางซิ่วเอ๋อพยักหน้า จะซื้อน้ำตาลปั้น 4 ไม้ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ทุกคนจะได้มีกันคนละไม้ จางชุนเถาทำได้ถูกต้องแล้ว
“แล้วหลังจากนั้นล่ะ? เจ้าซื้อน้ำตาลปั้นมันเกี่ยวอะไรกับเขา?”