่วเอ๋อได้ฟังแล้วหัวเราะ โจวเหวินพูดเสียฟังดูแก่เชียว อย่างกับตัวเขาเองไม่ใช่เด็กรุ่นอย่างนั้นล่ะ
แต่จางซิ่วเอ๋อก็ยังพยักหน้าด้วยความจริงจัง “ท่านน้าเล็ก วางใจเถอะ ข้าจะดูแลพวกเขาให้ดี”
พูดจบจางซิ่วเอ๋อก็พาทุกคนไป ไม่อยู่รบกวนโจวเหวินอีก
เพิ่งเดินออกไปได้ไม่กี่ก้าว จ้าวเอ้อร์หลางก็หยิบสายผ้าออกมาสามเส้นและพูดพร้อมรอยยิ้ม “สายผ้านี้ซื้อให้พวกพี่”
จ้าวเอ้อร์หลางอึกอักขึ้นมา “ถ้าพวกพี่ไม่รังเกียจก็เก็บไว้ผูกผมนะขอรับ”
จางซิ่วเอ๋อจะไม่รู้ได้อย่างไรเล่าว่าจ้าวเอ้อร์หลางอยากตอบแทน นางรู้ว่าบ้านจ้าวเอ้อร์หลางยากจนขนาดไหน ที่บ้านมีเงินไม่มาก ต่อให้ตัวเองเกื้อหนุนบัณฑิตจ้าวได้ แต่บัณฑิตจ้าวก็ยังคงใช้ชีวิตด้วยความลำบาก
จ้าวเอ้อร์หลางยอมควักเงินออกมาซื้อของพวกนี้ถือว่ามีน้ำใจมากแล้ว
จางซิ่วเอ๋อทั้งรู้สึกอบอุ่นใจ และอยากปฏิเสธ
แต่ได้ยินจ้าวเอ้อร์หลางบอกว่า “แต่มันถูกไปหน่อย เส้นละเหรียญ พวก….พวกพี่อย่ารังเกียจกันนะ”
พูดจบจ้าวเอ้อร์หลางก็หน้าแดงด้วยความขัดเขิน
เขาเองก็รู้ว่าของแบบนี้ไม่ค่อยเหมาะที่จะให้เป็นของขวัญ แต่เขาไม่มีเงินเหลือแล้วจริง ๆ
จางซิ่วเอ๋อได้ฟังจึงยิ้ม “ข้าเอาเส้นสีเขียวมรกตนะ สวยดี!”
จางชุนเถาก็ไม่โง่ นางกลอกตาและพูดยิ้ม ๆ “สายผ้านี่สวยจัง ข้าอยากซื้อตั้งนานแล้ว!”
ส่วนจางซานหยาน่ะเหรอ? ชอบสายผ้านี่จากใจจริง
จ้าวเอ้อร์หลางเห็นว่าชั่วพริบตาพวกนางก็แบ่งสายผ้ากันเสร็จสรรพ ความรู้สึ