งความเหินห่างของแม่โจว จึงรู้สึกไม่พอใจเท่าใดนัก
“เหมยจื่อ เจ้าคิดแบบนี้ได้อย่างไรกัน? เจ้าเป็นเมียข้านะ ในท้องนั่นก็ลูกข้า ข้าก็ต้องเป็นห่วงสิ” จางต้าหูพูดได้น่าฟังมาก
แต่ในความรู้สึกของแม่โจวแล้วยังสู้เสียงสุนัขเห่าไม่ได้
เป็นห่วงนางจริงหรือ? ทำไมนางถึงมีชีวิตที่อัปยศอดสูถึงเพียงนี้?
แม่โจวนึกถึงเรื่องที่วันนี้จางต้าหูเข้าข้างจางอวี่หมินรังแกลูกสาวตัวเองอีกแล้วก็ยิ่งโมโห ตอนนี้มองจางต้าหูแล้วยิ่งเหม็นขี้หน้า
แต่แม่โจวไมใช่คนประเภทเหม็นขี้หน้าก็ชวนทะเลาะ
ตอนนี้แม่โจวแค่ไม่อยากสนใจจางต้าหู นางเอ่ยขึ้น “ข้าซักผ้ามาทั้งวันเหนื่อยแล้ว จะนอนแล้ว”
จางต้าหูรีบพูด “เหมยจื่อ เจ้าอย่าเพิ่งรีบนอน ข้ามีเรื่องจะคุยด้วย”
แม่โจวได้ยินมาถึงตรงนี้ก็หน่วงขึ้นมาในใจ นึกแล้วว่าการที่จางต้าหูคุยกับนางด้วยท่าทางจริงจังแบบนี้ต้องไม่ใช่เรื่องดีแน่
จางต้าหูไม่ให้โอกาสแม่โจวเลี่ยง เขาเอ่ยทันที “คืออย่างนี้ เจ้าก็รู้ว่าคราวก่อนบ้านเราทำพิธีไล่ผีให้ซิ่วเอ๋อใช้เงินไปทั้งหมด 8 ตำลึงเงินกับอีก 30 เหรียญ แล้วก็วันนี้เสื้อของอวี่หมินพัง ไหนจะเงินที่ต้องเอาไปซื้อยาลดรอยแผลเป็นอีก……”
เวลาฟังอะไรให้ฟังจากน้ำเสียง แม่โจวได้ยินจางต้าหูพูดแค่ครึ่งแรกก็รู้แล้วว่าจางต้าหูจะพูดอะไรต่อ แต่นางก็ยังถามออกไป
“แล้ว?” จางต้าหูอาจจะยังไม่รู้สึกตัวว่าน้ำเสียงแม่โจวแฝงแววเย็นเยียบ
“แล้ว…..เงินนี่ซิ่วเอ๋อต้องออกส่วนหนึ่ง” จางต้าหูพ