วปีเล่าก็ผ่านมาได้ทั้งแบบนี้
แต่นางในตอนนี้เปลี่ยนไปแล้ว เวลานี้จึงกังขาแทนจางซิ่วเอ๋อ
จางซิ่วเอ๋อมองแม่โจวอย่างชื่นชม นางสบายใจกับสิ่งที่แม่โจวทำขึ้นมาบ้าง ถึงแม้สิ่งที่แม่โจวสงสัยใช่ว่าจะมีประโยชน์อะไร แต่อย่างน้อยก็พิสูจน์ได้ว่าความคิดของแม่โจวกำลังพัฒนา
จางอวี่หมินได้ยินโวยวายขึ้นมาทันที น้ำเสียงฉุนเฉียวแถมยังชี้ไม้ชี้มือ “เจ้าหมายความว่าอย่างไร เจ้าจะหาว่าข้าใส่ร้ายจางซิ่วเอ๋อรึ?”
จางซิ่วเอ๋อได้ฟังก็ขำพรืด “ใส่ร้ายหรือไม่ ดูเพียงเสื้อตัวนี้ก็รู้แล้ว”
พูดมาถึงตรงนี้ จางซิ่วเอ๋อแกล้งลากเสียง “แต่ถ้าคลี่เสื้อดูแล้วไม่เสียหายตรงไหนเลยเจ้าจะว่าอย่างไร? ถึงตอนนั้นเจ้าอย่ามาพูดว่าเสื้อตัวนี้ปนเปื้อนความอัปมงคลของข้า อย่างไรเสียเมื่อครู่เจ้ายังอยากได้เสื้อผ้าบนตัวข้าที่อัปมงคลยิ่งกว่าอยู่เลย…..แสดงว่าเจ้าไม่ได้กลัวนี่!”
จางอวี่หมินได้ยินคำพูดของจางซิ่วเอ๋อแล้วก็มีใบหน้าเดี๋ยวดำเดี๋ยวแดงขึ้นมา
จางต้าหูกระแอมอย่างกระอักกระอ่วน เขาเอ่ยขึ้น “ถ้าอย่างนั้นก็คลี่เสื้อดูหน่อย ถ้าเสื้อไม่ได้เสียหายก็ไม่ต้องชดใช้ แต่ถ้าเสื้อผ้าเสียหาย…..ซิ่วเอ๋อ อาเล็กเจ้ามีเสื้อผ้าน้อย ช่วงนี้เจ้าเพิ่งซื้อเสื้อผ้าใหม่ ให้อาเล็กเจ้าสักตัวเถอะ ถ้าเสียดายหักเป็นเงินก็ได้เหมือนกัน”
แม่โจวมองจางต้าหูตาโต “จางต้าหู ท่านบอกว่าของพังต้องใช้เงิน ถ้าอย่างนั้นท่านทำจานแพงขนาดนั้นของซิ่วเอ๋อแตก ทำไมไม่ชดใช้ล่ะ?”
จางอวี่หม