ย! ถ้าจะบอกว่าอัปมงคล! บนตัวข้านี่อัปมงคลของจริง!” จางซิ่วเอ๋อแดกดัน
จางอวี่หมินโดนจางซิ่วเอ๋อว่าเข้าถึงรู้ตัวทีหลังว่าโดนจางซิ่วเอ๋อลวงเสียแล้ว สีหน้านางดูไม่สู้ดี
นางกัดฟันแน่น “ใครอยากได้ชุดห่วย ๆ ของเจ้ากัน! เจ้าซักเสื้อข้าพัง เจ้าต้องใช้เงินให้ข้า!”
ตอนนี้จางอวี่หมินไม่อาจหน้าด้านพูดว่าตัวเองไม่อยากได้เสื้อตัวนี้แล้วเพราะนังตัวซวยเป็นคนซัก จึงเปลี่ยนคำพูด
จางซิ่วเอ๋อได้ฟังก็พูดเนิบ ๆ “ข้าเคยเห็นคนหน้าด้าน แต่ไม่เคยเห็นคนหน้าด้านเท่านี้มาก่อน!”
จางอวี่หมินโกรธจนกระทืบเท้า “ข้าไม่สน! เจ้าต้องใช้เงินให้ข้า!”
จางซิ่วเอ๋อพูดเสียงเย็น “อันดับแรก ข้าไม่มีเงิน อันดับสอง ต่อให้ข้ามีเงินข้าก็ไม่ให้! อันดับสาม…….”
“ต่อให้เจ้าคุกเข่าขอร้องให้ข้าซักเสื้อให้ ข้าก็ไม่ซัก!” จางซิ่วเอ๋อกัดฟันกรอด
ในขณะที่คุยกันอยู่ แม่เฒ่าจางและจางต้าหูก็เดินออกมาจากห้อง
แม่เฒ่าจางถลึงตา “โวยวายอะไรกัน? อัปมงคลจริง ๆ! กลางค่ำกลางคืนเสียงดังโหวกเหวกกันอยู่หน้าบ้าน จนข้านึกว่าวิญญาณร้ายในตัวคนบางคนยังออกไปไม่หมด!”
จางซิ่วเอ๋อเห็นท่าทางแบบนั้นของแม่เฒ่าจางแล้วนึกฉุน “แหม ท่านย่า ออกมาทำไมกัน? ไม่กลัวว่าอยู่ใกล้ไปจะโดนวิญญาณร้ายหมายหัวเหรอเจ้าคะ?”
พูดเสร็จจางซิ่วเอ๋อก็แกล้งกลอกตามองบน
การมองบนนั่นพออยู่ในสายตาแม่เฒ่าจางแล้วดูน่ากลัวเป็นพิเศษ ภายใต้ความมืดมิดของค่ำคืนก็มองไม่เห็นตาดำเลยสักนิด ขาวโพลนทั้งเบ้า
แม่เฒ่