่งไร้มารยาทกับจางซิ่วเอ๋อเข้าไปใหญ่ เขาพูดงึมงำกับตัวเอง “ซวยชะมัด! ต้องออกมาเจอสาวชาวไร่เช่นนี้!”
ถึงจะเป็นการบ่นพึมพำ แต่จางซิ่วเอ๋อรู้ว่าเขาตั้งใจให้นางได้ยิน
ถึงจางซิ่วเอ๋อจะไม่อยากมีปัญหากับคุณชายฉิน แต่ก็ไม่ใช่คนที่ยอมเสียเปรียบง่าย ๆ
จางซิ่วเอ๋อหัวเราะเสียงเย็น “ตาสุนัขมักมองคนต่ำ”
“เจ้า! เจ้าว่าอะไรนะ?” ผู้ติดตามชุดเขียวโมโหขึ้นมา
จางซิ่วเอ๋อยิ้มน้อย ๆ “ข้าไม่ได้ว่าอะไรนี่ ข้าแค่พูดว่าตาสุนัขมักมองคนต่ำ ไม่ได้ผิดอะไรนะ? หรือเจ้าว่าไม่ใช่?”
พูดมาถึงตรงนี้จางซิ่วเอ๋อกล่าวต่อ “ถ้าจะมีคนคิดว่าเป็นตัวเองให้ได้ก็คงไม่ใช่ปัญหาของข้าแล้วล่ะ”
ผู้ติดตามชุดเขียวโดนถากถางไป สีหน้าย่ำแย่
จางซิ่วเอ๋อแก้แค้นได้แล้ว ได้ระบายอารมณ์ด้วย ก็รู้สึกดีขึ้นมาก จึงรีบจากไปก่อนที่ผู้ติดตามชุดเขียวจะอาละวาด
ตลกแล้ว ถ้าทะเลาะกันต่อแล้วผู้ติดตามไร้มารยาทนั่นจะลงไม้ลงมือ นางสู้ได้ที่ไหน?
รอจนสลัดผู้ติดตามชุดเขียวไปไกลแล้ว จางซิ่วเอ๋อถึงเริ่มคิดว่าเดี๋ยวกลับไปแล้วจะทำอะไรให้ทุกคนกิน
รอจนใกล้ถึงหมู่บ้าน จางซิ่วเอ๋อก็จอดรถลาก
จากนั้นไปเลือกหญ้ามาจำนวนหนึ่งก่อนจะตัดอย่างฉับไว มัดเป็นฟ่อนแล้วโยนขึ้นไปบนรถ แล้วถึงไปคืนรถลากที่บ้านผู้ใหญ่บ้านซ่ง
มัดต้นหญ้าใช้เวลาแค่ครู่เดียว ไม่ทำให้จางซิ่วเอ๋อเสียเวลามากนัก แต่ผลลัพธ์ระหว่างมีและไม่มีนั้นต่างกัน
จางซิ่วเอ๋อมาถึงหน้าบ้านผู้ใหญ่บ้านซ่ง มองแม่เฒ่าซ่งที่กำลังชะโง