่ไหม?”
จางซิ่วเอ๋อหรี่ตา “ทำไม? มีปัญหาเหรอ?”
คุณชายฉินเห็นท่าทางพร้อมสู้ของจางซิ่วเอ๋อแล้วหันไปมองผู้ติดตามชุดเขียว “คำนวณดูซิว่ารถม้าของเราเสียหายระดับไหน ต้องใช้เงินเท่าไหร่ในการซ่อม”
ไม่รู้ว่าผู้ติดตามชุดเขียวนั่นคำนวณจริงหรือเป็นสิงโตอ้าปากกว้างคิดจะรีดไถ เขาเอ่ย “ 12 ตำลึงเงิน!”
คุณชายฉินพูดอย่างแฝงนัยยะ “ซ่อมรถม้าต้องใช้ตั้ง 12 ตำลึงเงินแน่ะ”
จางซิ่งเอ๋อแค่นเสียง “พวกเจ้าอย่ามาสิ 12 สิบสองตำลึงเงินในการซ่อมหรอก และเรามาพูดกันให้ชัดนะ รถม้าของพวกท่านพังไปก็ไม่เกี่ยวกับข้าเลยสักนิด!”
ผู้ติดตามชุดเขียวไม่ชอบหน้าจางซิ่วเอ๋ออยู่แล้ว จึงพูดขึ้น “จะไม่เกี่ยวกับเจ้าได้อย่างไรกัน? ถ้าไม่ใช่เจ้า รถม้าของพวกเราจะคว่ำได้อย่างไร?”
จางซิ่วเอ๋อแค่นเสียง “ข้าว่าเป็นเพราะเจ้ามากกว่า ถ้าเจ้าไม่ขับรถม้าเร็วขนาดนั้น! รถม้าจะคว่ำได้อย่างไร?”
“ข้ายังไม่ได้ให้เจ้าชดใช้ให้ข้าเลย ข้าเองก็ตื่นตระหนกและเสียขวัญนะ ถ้าข้าเกิดตกใจจนป่วยพวกเจ้ามีเงินชดใช้รึ?” จางซิ่วเอ๋อโต้
“แค่นังเด็กชาวไร่คนหนึ่ง ทำไมจะไม่มีชดใช้ล่ะ!” น้ำเสียงผู้ติดตามชุดเขียวดูถูกอย่างเหลือแสน
จางซิ่วเอ๋อได้ยินแล้วเสียใจภายหลังอย่างยิ่ง ทำไมวันนี้ตัวเองถึงวอนหาเรื่องอยู่ตรงนี้นะ รีบไปเสียก็สิ้นเรื่อง
ตอนนั้นนางไม่น่ามีเมตตาเลย
จางซิ่วเอ๋อแย้งเสียงกราดเกรี้ยว “ข้าเป็นแค่นังเด็กชาวไร่ก็จริง แต่เจ้าก็ไม่ได้สูงส่งกว่าข้านักหรอก! อย่างคุณชา