่งกับท่านด้วย”
พูดเสร็จจางซิ่วเอ๋อหยิบเนื้อขนาดเท่าฝ่ามือออกมาหนึ่งชิ้นและเอ่ยยิ้ม ๆ “ท่านว่าพอได้ไหมเจ้าคะ?”
มีเนื้อประทานจากฟ้า จะไม่รับไว้ได้อย่างไรกัน ตอนแรกท่านป้าคนนี้ไม่เต็มใจเท่าใดนัก บัดนี้กลับรับเนื้อมาพลางกล่าว “ถ้าเจ้าให้เนื้อข้าอีกชิ้น ข้าให้เจ้ายืมตราชั่งก็ยังได้”
จางซิ่วเอ๋อยิ้มและเอาเศษเนื้อออกมาอีกชิ้น “เช่นนั้นถือว่าเราตกลงกันแล้วนะเจ้าคะ”
เศษเนื้อขายยาก รวมกับชิ้นเมื่อกี้ยังไม่ถึงครึ่งโล จางซิ่วเอ๋อคงไม่ไปซื้อตราชั่งเพราะจะขายเนื้อเพียงครั้งเดียว อย่างไรซะตราชั่งก็ไม่ได้ถูก จางซิ่วเอ๋อจึงให้อย่างใจกว้าง
จางซิ่วเอ๋อนั่งลง กลับพบว่าคนที่ขายอาหารป่าอยู่ข้าง ๆ เอาแต่จ้องมองนาง
จางซิ่วเอ๋อขมวดคิ้วและจ้องกลับ
นางเห็นชายหนุ่มสวมใส่ชุดที่ทำจากผ้าหยาบ คิ้วคมรับกับดวงตาเป็นประกาย หน้าตาหล่อเหลาสะอาดสะอ้าน ดูอย่างไรก็ไม่เหมือนนายพราน
ชุดผ้าหยาบของเขาถึงแม้เนื้อผ้าไม่ได้ดี แต่ก็สะอาดมาก ดูแล้วรู้ว่าเป็นของใหม่
หากดูแค่หน้าตาชายผู้นี้แล้ว จางซิ่วเอ๋อเกลียดเขาไม่ลงจริง ๆ แต่ตอนนี้ชายผู้นี้เอาแต่จ้องจางซิ่วเอ๋อ ทำให้นางไม่ชอบใจเท่าใดนัก
จางซิ่วเอ๋อถลึงตาใส่คน ๆ นั้นและปรามด้วยสายตา “มองอะไร!”
ชายผู้นั้นลูบจมูกตัวเองและขายของป่าตัวเองต่อ แต่สายตานั่นดูอย่างไรก็ดูขุ่นเคือง
จางซิ่วเอ๋อยกเนื้อหมูป่าออกมาและตะโกนขาย “ขายเนื้อเจ้าค่ะ! เนื้อหมูป่าสดใหม่เจ้าค่ะ!”
ครั้งนี้จางซิ่วเอ๋อไม่