งไร!
เถี่ยเสวียนโต้ “เจ้าไม่มองข้า แล้วจะรู้ได้ไงว่าข้ามองเจ้า?”
จางซิ่วเอ๋อแค่นเสียง “ต่อให้ข้ามองเจ้าก็เพราะระแวงโจร ไม่ใช่ว่าหมายตาอะไรเจ้าหรอก!”
เถี่ยเสวียนนึกโมโหในใจ นี่มันเรื่องอะไรกัน? เมื่อคืนตัวเองกับเจ้านายล่าสัตว์ป่าบนภูเขาทั้งคืน กลับต้องแบกหมูป่าตัวใหญ่ที่สุดในนั้นไปที่บ้านของแม่นางผอมแห้งผู้นี้
หมูป่านั่นเขาเป็นคนลำบากลำบนแบกกลับมาจากภูเขานะ
เพื่อหมูป่าตัวนี้ เสื้อผ้าดี ๆ ของเขาเป็นอันต้องชำรุด เวลานี้ได้แต่แต่งกายด้วยผ้าใยกัญชง! เขาไม่ได้ใส่เสื้อแบบนี้มาตั้งกี่ปีแล้ว?
แม่นางผอมแห้งผู้นี้ไม่ขอบคุณตัวเองยังไม่เท่าใด ตอนนี้ยังมาแย่งลูกค้าตัวเองอีก!
ใช่แล้ว เขายอมรับว่าเมื่อกี้เผลอมองแม่นางผู้นี้อยู่บ่อย ๆ แต่ทำไมเขาถึงทำเช่นนั้นล่ะ? ก็เพราะจริง ๆ เนื้อนี่เป็นของเขาน่ะสิ ถ้าเป็นเมื่อก่อนเขาไม่ใส่ใจเรื่องแบบนี้หรอก
แต่ตอนนี้เขากับเจ้านายแทบจะนอนบนถนนกันอยู่แล้ว
ตอนนี้ทั้งสองคนแยกย้ายกันไปขายอาหารป่า! ถ้าขายไม่ออกจะกินอะไรไปนอนที่ไหน?
ในขณะที่เถียงกันอยู่ ชายชุดเทาเดินเข้ามา
เถี่ยเสวียนเห็นเจ้านายตัวเองก็เหมือนเจอที่พึ่ง เขากวาดตามองจางซิ่วเอ๋อหลายหน หวังว่าเจ้านายตัวเองจะผดุงความยุติธรรมให้ตัวเอง
แต่ไม่นานนัก เถี่ยเสวียนก็พบว่าความคิดของเขาช่างไร้เดียงสาเหลือเกิน
ชายชุดเทาเดินเข้าไปถึงตรงหน้าจางซิ่วเอ๋อและเอ่ยถาม “เนื้อหมูป่านี่เจ้าขายอย่างไร?”
จางซิ่วเอ๋อได้ยินเสียงแล้ว