าและเอ่ย “ขอบคุณมาก”
จางซิ่วเอ๋อกลัวว่าสวี่อวิ๋นซานจะคุมตัวเองไม่ได้และพุ่งออกมา จึงคล้องประตูจากด้านนอก
นางมาถึงหน้าประตูและตะโกนใส่ด้านนอก “ดึกดื่นป่านนี้นังบ้าที่ไหนมาโวยวายกัน”
“จางซิ่วเอ๋อ! นังแพศยา ปล่อยตัวลูกชายข้ามานะ!” แม่หลินกล่าวเสียงเกรี้ยวกราด
จางซิ่วเอ๋อยิ้มเย็น “สมองท่านมีปัญหารึเปล่า? มาร้องหาลูกชายกับข้ากลางค่ำกลางคืนแบบนี้ ตระกูลสวี่ของท่านไม่ต้องการหน้าตาชื่อเสียงแล้วรึ? ข้ายังต้องการอยู่นะ!”
“ท่านไม่กลัวว่ามีข่าวลืออะไรออกไปแล้วมีผลร้ายกับลูกชายท่านเหรอ?” จางซิ่วเอ๋อไม่เคยเจอแม่แบบนี้มาก่อน
“พี่ข้าต้องมาหาเจ้าแน่ ๆ!” เสียงของหลีฮวาดังเข้ามาด้วย
จางซิ่วเอ๋อหัวเราะ “เจ้าบอกว่าอยู่กับข้าก็อยู่กับข้าเหรอ วันนี้ข้าจะบอกให้นะว่าตอนกลางวันข้าเจอสวี่อวิ๋นซานจริง แต่ตอนนี้ไม่เห็นสวี่อวิ๋นซานเลย!”
“สิ่งที่เจ้าพูดมาไร้ประโยชน์ รีบเปิดประตูเร็วเข้า ลูกชายข้าอยู่ในบ้านเจ้าหรือไม่ให้พวกเราดูหน่อยเดี๋ยวก็รู้เอง!” แม่หลินเอ่ยเสียงเกรี้ยวกราด
จางซิ่วเอ๋อแค่นเสียง “ทำไมข้าต้องเปิดประตูให้พวกท่านด้วย ใครจะรู้ว่าพวกท่านมาดึกดื่นแบบนี้หวังอะไรรึเปล่า?”
“ที่นี่ปลีกวิเวกขนาดนี้ ถ้าถึงตอนนั้นท่านเข้ามาจะทำอะไรข้า ข้าก็ขัดขืนไม่ได้!” จางซิ่วเอ๋อแย้ง
“ข้าจะทำอะไรนังแพศยาอย่างเจ้าฮึ! รีบเปิดประตูเร็วเข้า!” แม่หลินโหวกเหวก
เสียงของจางซิ่วเอ๋อเย็นเยียบ “วันนี้ข้าจะพูดกับท่านให้เข้าใจ ข้าไม่