รเขียนหนังสือด้วยกิ่งไม้ต้องไม่เหมือนกับการใช้พู่กันเขียนบนกระดาษเป็นแน่วันนี้บัณฑิตจ้าวไปทบทวนหนังสือสำหรับผู้เริ่มต้นอีกครั้งเพื่อจะได้สอนพี่น้องตระกูลจางให้ดี และคิดไว้ดีแล้วว่าจะสอนพวกนางอย่างไรสิ่งที่บัณฑิตจ้าวสอนสามพี่น้องเป็นอย่างแรกคือชื่อของพวกนางอักษรโบราณและอักษรที่จางซิ่วเอ๋อเรียนมาในยุคปัจจุบันมีจุดที่เหมือนกันอยู่ แต่ซับซ้อนกว่ามากบัณฑิตจ้าวเขียนชื่อของจางซิ่วเอ๋อเพียงครั้งเดียว จางซิ่วเอ๋อก็พอจำได้แล้วส่วนการจรดตัวอักษรนั้น อย่างไรเสียจางซิ่วเอ๋อก็เป็นคนที่เคยเรียนมาก่อน การจรดจึงไม่บิดเบี้ยวไปมา หากใช้พู่กันจางซิ่วเอ๋ออาจจะเขียนได้ไม่สวยนัก แต่ถ้าใช้กิ่งไม้ อักษรของจางซิ่วเอ๋ออาจจะไม่ได้สวยมาก แต่ท้ายสุดยังดูเป็นตัวอักษรเรียบร้อยอยู่“อาจารย์ ช่วยดูหน่อยเจ้าค่ะว่าถูกหรือไม่?” จางซิ่วเอ๋อเปลี่ยนไปเรียกบัณฑิตจ้าวว่าอาจารย์แล้ว แน่นอนว่าเฉพาะตอนที่เรียนหนังสือ ปกติเรียกอย่างไรก็ยังเรียกตามเดิม……………………………………
“มีอยู่คำหนึ่งที่พี่ใหญ่พูดถูก เรื่องเงินทองตอนเกิดเอามาด้วยไม่ได้ ตอนตายเอาไปด้วยไม่ได้ ที่กินลงท้องสิถึงจะเรียกว่ากำไร” จางชุนเถาทวนประโยคที่วันหนึ่งจางซิ่วเอ๋อพูดดักนาง
บัณฑิตจ้าวฟังแล้วอึ้งนิดหน่อย คงคิดไม่ถึงว่าจางซิ่วเอ๋ออายุแค่นี้ก็คิดได้ขนาดนี้
“เอ้อร์หลางกำลังอยู่ในวัยเจริญเติบโต ต้องกินเยอะ ๆ หน่อย ท่านอาจ้าวเองก็ต้องกินเยอะ ๆ พอร่างกายอาแข็งแรงขึ้น ถึงตอนน